กกต. แบ่งพื้นที่เฝ้าระวังเลือกตั้ง 77 จังหวัด ระดมตำรวจเกือบครึ่งประเทศ

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงมาตรการป้องปรามการทุจริตเลือกตั้ง โดย กกต. ได้ประเมินสถานการณ์การแข่งขันและแบ่งพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 2 กลุ่ม รวม 77 จังหวัด ได้แก่ พื้นที่ที่การแข่งขันเป็นไปตามปกติ 35 จังหวัด และพื้นที่เฝ้าระวังเข้มข้น 42 จังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการแข่งขันรุนแรงในหลายเขตเลือกตั้ง
กกต. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบครึ่งประเทศ จัดตั้งชุดป้องกันและปราบปรามเคลื่อนที่เร็ว เพื่อรับมือเหตุร้องเรียนหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง รวมถึงประสานงานกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) ให้ช่วยเฝ้าระวังและรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มงวด
เลขาธิการ กกต. ยอมรับว่า มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันว่าการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. ฝ่ายปกครอง และตำรวจ มีมาตรการควบคุมและป้องกันที่รัดกุม โดยคาดว่าพฤติกรรมการซื้อเสียงจะเริ่มปรากฏชัดตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และจำนวนเรื่องร้องเรียนอาจเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
ส่วนความคืบหน้ากรณีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติวงเงินรวมประมาณ 250 ล้านบาทจากธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น นายแสวง ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ส่งข้อมูลให้ กกต. แล้ว พบลูกค้า 6 รายในสาขาธนาคารพาณิชย์ที่มีพฤติกรรมการถอนเงินผิดปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือพรรคการเมือง รวมถึงวัตถุประสงค์ในการนำเงินไปใช้
อย่างไรก็ตาม กกต. ย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากเงินดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจตามปกติ โดย กกต. จะประสานงานกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบที่มาของเงินอย่างละเอียด และเตรียมนำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุม กกต. ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
