รีเซต

IRPC โบรกคาด 1Q67 พลิกเป็นกำไรสุทธิจากบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน

IRPC โบรกคาด 1Q67 พลิกเป็นกำไรสุทธิจากบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน
ทันหุ้น
24 เมษายน 2567 ( 14:14 )
12
IRPC โบรกคาด 1Q67 พลิกเป็นกำไรสุทธิจากบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน

#บล.คิงส์ฟอร์ด #ทันหุ้น - IRPC โบรกคาด 1Q67 พลิกเป็นกำไรสุทธิจากบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมัน

 

บล.คิงส์ฟอร์ด คาดการณ์ผลประกอบการ 1Q67 ของ IRPC จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท พลิกจาก4Q66 ที่ชาดทุนสุทธิ 3.4 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้น +464%YOY โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นหลักๆ มาจากการบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ทั้งนี้หากไม่นับรวมรายการพิเศษที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใต้แก่ 1) กำไรสต๊อกน้ำมันสุทธิ (รวม NRV และ Oil Hedging) ราว 2.4 พันล้านบาท และ 2) ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 300 ล้นบาท คาดผลประกอบการหลักขาดทุนปกติ 403 ล้านบาท ตีขึ้น Q0Q โดยธุรกิจปิโตรเลียม (Refinery & Lube) คาดปริมาณการกลั่นปรับลดลงอยู่ที่ 185 KBD แต่ยังได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซลและน้ำมันเตาที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน  รวมไปถึงส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ของธุรกิจปีโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้นทั้ง PP / ABS / PS ส่งผลให้กำไรขั้นต้นธุรกิจหลัก Market GIM อยู่ที่ USS9.5/bbl เพิ่มขึ้น +120% Q0Q ส่วนต้นทุนรวมต่อหน่วยคาดอยู่ที่ราว USS 10/bbI ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน

 

 

สำหรับแนวโน้ม 2Q67 คาดผลการดำเนินงานปกติทรง Q0Q โดยมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนน้ำมันดิบตะวันออกกลาง (Arab Ligh!) ที่เริ่มปรับเพิ่มขึ้นในเดือน เม.ย..พ.ค. ประกอบกับค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลง โดยอุปสงค์น้ำมันดีเซลที่ชะลอตัวตามปัจจัยฤดูกาลสวนทางกับอุปทานในภูมิภาคเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดียังมีตัวช่วยพยุงจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินตามความต้องการใช้ในการเดินทางเพิ่มขึ้นช่วง US diving season ปลายตรมาส รวมไปถึงธุรกิจปิโตรเคมีคาดส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ PP และ ABS จะทยอยฟื้นตัวขึ้นดีขึ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศจีน นอกจากนี้คาดว่าจะมีการบันทึกกำไรสต๊อกน้ำมันเข้ามาหากราคาน้ำมันดิบทรงได้ได้ในระตับสูง เบื้องต้น บล.คิงส์ฟอร์ด ยังคงประมาณการปี 67 พลิกมีกำไรสุทธิ 2.1 พันล้านบาท ภายใต้สมมติฐาน Market GIM USS10.5/bbl

 

บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินราคาเหมาะสมปี 67 ที่ 2.20 บาท อิงจาก PBV Multiplier 0.60x (-1.5SD)แม้ Valuation อยู่ในโซนต่ำมี downside น้อยแล้ว (ซื้อขายกันบน PBV 0.5 เท่า) แต่ด้วยการดำเนินงานหลักที่คาดว่ยังขาดทุนจากโครงสร้างต้นทุนที่สูง รวมถึงภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ประกอบกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงถูกกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด ดังนั้นคงคำแนะนำ "ถือ"

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง