สจ.นนท์โล่งอก ไม่พบเชื้อ เผย ผู้เสียชีวิตคนแรกในจังหวัด ปกปิด เคยไปสนามมวย

สจ.นนท์โล่งอก ไม่พบเชื้อ เผย ผู้เสียชีวิตคนแรกในจังหวัด ปกปิด เคยไปสนามมวย
มติชน
29 มีนาคม 2563 ( 17:33 )
129
สจ.นนท์โล่งอก ไม่พบเชื้อ เผย ผู้เสียชีวิตคนแรกในจังหวัด ปกปิด เคยไปสนามมวย

นนทบุรี สจ.นนท์โล่งอก ไม่พบเชื้อโควิด ผลเป็นลบ เผยสาเหตุผู้เสียชีวิตรายแรกของนนท์ปกปิดประวัติเคยไปสนามมวยจนอาการทรุดหนักก่อนเสียชีวิต

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนาย วิรัตน์ หรือเฮียโป๊ย เกียรติสันติกุล อายุ 63 ปี สจ.เขตอำเภอเมืองนนทบุรี เกี่ยวกับข้อมูลและช่วงเวลาทามไลน์กับผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด19 รายแรกของจังหวัดนนทบุรี และเป็นรายที่ 7ของประเทศ ที่พึ่งเสียชีวิตลงไปเมื่อวานนี้ หลังนายวิรัตน์หรือเฮียโป๊ย ถูกระบุว่ามีความสนิทสนมกับผู้เสียชีวิตและเป็นคนสุดท้ายที่ซ้อนรถจยย.ของ นายชัยรัชต์ หรือตี๋ เกิดจั่น อายุ 68 ปี ผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด19 กระทั่งเมื่อทราบข่าวว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด19 จึงได้รีบเดินทางเข้าตรวจร่างกายที่สถาบันบำราศนราดูรฯผลตรวจออกมาเมื่อวันที่ 28 เป็นลบ ไม่พบเชื้อโควิด19

นายวิรัตน์หรือเฮียโป๊ย เกียรติสันติกุล อายุ 63 ปี สจ.เขตอำเภอเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ตนและผู้เสียชีวิตเจอกันครั้งสุดท้ายตอนไปร่วมงานศพที่ตำบลไทรม้า ของบิดานักการเมืองท้องถิ่นท่านหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 มี.ค.63 หลังเสร็จงานศพตนได้ซ้อนรถจยย.ผู้เสียชีวิตเพื่อออกไปเอารถยนต์ที่จอดอยู่หน้าทางเข้างาน เนื่องระยะทางไกล จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 17 มี.ค.นายชัยรัชต์หรือตี๋ (ผู้เสียชีวิต)แจ้งว่าป่วยจะไปหาหมอที่ รพ.พระนั่งเกล้า เพื่อตรวจรักษาและผลตรวจออกมาว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน จากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน วันที่ 18 มี.ค.ตนเห็นว่าเขาไม่สบายตนจึงเดินทางไปเยี่ยมและเอาเงินไปมอบช่วยเหลือ โดยโทรเรียกเขาออกมารับเงินแค่นั้น ไม่ได้พูดคุยกัน จนกระทั่งตนมาทราบข่าวทีหลังว่าเขาเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด19 ตนจึงเกิดความเครียดและกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะตนรู้จักเขา ตี๋มาช่วยหาเสียงเป็นแค่คนรู้จักกัน ไม่ใช่คนขับรถประจำ ก่อนหน้านี้ตนทราบเพียงว่าเขาไปสนามมวย อตก.วันที่ 8 มี.ค.เท่านั้น และวันที่ 6 มี.ค.เขาได้ไปสนามมวยลุมพินี หลังจากนั้นตนไม่ทราบเรื่องส่วนตัวเขา จนได้ถามเขาตอบว่าวันที่ 17 มี.ค.ไป รพ.พระนั่งเกล้า แล้วกลับเลยตอนเช้า 29 มี.ค.63 ตนโทรไปถามทางบ้านเขา ญาติๆตอบว่าเสียชีวิตแล้ว ตนก็ตกใจ เครียดมากความดันขึ้นสูงมาก หมอจะไม่ยอมตรวจให้ตน ก็ขอร้องจนหมอยอมตรวจให้ในที่สุด ส่วนในวันงานศพที่เขาไปร่วมที่ผ่านมามีผู้คนมาร่วมงานเยอะแยะมากมาย ทั้ง สจ. ทั้ง ส.ส.คุยด้วยทุกคน แล้วไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยเพราะตอนนั้นยังไม่มีประกาศอะไรจากรัฐบาลออกมา ซึ่งตนคิดว่าคนในงานไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะลูกๆของผู้เสียชีวิตที่อยู่ที่บ้านก็ไม่เป็นไร โดยผลตรวจยืนยันออกมาแล้วว่าคนในครอบครัวตี๋เขาปลอดภัย แต่ตนกลับสงสัยในเรื่องของการตรวจเชื้อโควิดมากกว่าว่า ทำไมคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงกลับต้องเสียเงินออกค่าตรวจในการตรวจหาเชื้อไวรัสเอง รัฐบาลควรต้องอุ้มช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อไวรัส เพื่อให้เขาให้ความร่วมมือในการยับยั้งการแพร่ระบาดมากกว่า ทางสาธารณสุขจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือในเรื่องนี้ ไม่ใช้ต้องมาเสียค่าใช้จ่ายเองในราคาสูงในการตรวจหาเชื้อไวรัส

นายวิรัตน์ฯหรือเฮียโป๊ย กล่าวต่ออีกว่า ตนมั่นใจว่าเขาติดมาจากสนามมวยลุมพินี เพราะก่อนหน้านี้เขาแข็งแรงดี เพียงแต่ตอนไปตรวจที่ รพ.พระนั่งเกล้า เขาไม่ได้แจ้งว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เคยไปเข้าสนามมวยมา ซึ่งถ้าแจ้งเรื่องและไม่ปกปิดหรือแจ้งให้ทาง รพ.พระนั่งเกล้าทราบ เพื่อทำการรักษาตรวจคัดกรองอย่างละเอียดกว่านี้ ก็คงพบเชื้อโควิด19 และน่าจะรักษาได้ทันเวลา เพราะช่วงเวลานั้นรัฐบาลประกาศแล้วว่า ถ้าใครได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสนามมวยแล้ว มีความสุ่มเสี่ยง ให้รีบแจ้งกับทางโรงพยาบาลหรือทางรัฐได้ทันที ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมเขาถึงไม่แจ้งหรือรายงานตัวกับทางโรงพยาบาลโดยเร็วในห้วงเวลานั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายธนโรจน์ เกิดจั่น อายุ 47 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัวผู้เสียชีวิตซึ่งอาศัยอยู่อพาร์ทเมนท์ เปิดเผยว่า ในครอบครัวมีสมาชิกด้วยกัน 4 คนที่ใกล้ชิดอยู่ในบ้านเดียวกัน กับผู้เสียชีวิต มี น้าน้อย(ภรรยาผู้เสียชีวิต) น้องชาย, น้องสาว และน้องเขย หลังจากพ่อไปสนามมวยวันที่ 6 มี.ค.กลับมาก็ไม่มีอาการอะไรผิดปกติ ส่วนใหญ่พ่อจะอยู่บ้านตลอด ต่อมาในวันที่ 12-14 พ่อไปร่วมงานศพที่ตำบลไทรม้า ของคนรู้จักเป็นบิดาของนักการเมืองท้องถิ่นท่านหนึ่ง และมาเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ตนได้พาพ่อไปหาหมอมีอาการเวียนหัวที่ รพ.พระนั่งเกล้า เวลา 10.00 น.หลังจากตรวจเสร็จไม่กี่ชั่วโมงก็พาพ่อกลับบ้านไป และมาเมื่อ 16 มี.ค.พ่ออยู่บ้านตลอดเวลาและเริ่มมีอาการป่วยปรากฎออกมา จนกระทั่งในวันที่ 27 มี.ค.ช่วงกลางดึกพ่อมีอาการหนักแน่นหน้าอกมาก ตนจึงรีบพาพ่อไปหาหมอที่ รพ.นนทเวชฯแพทย์จึงรับตัวแอดมิท ฉุกเฉินไว้เพื่อขอดูอาการได้เพียงคืนเดียว พ่อก็มาเสียชีวิตลงตอนเวลา 23.00 น.วันที่ 27 มี.ค.โดยผลตรวจของแพทย์ยืนยันว่าพ่อติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ภายในปอด หลังทราบผลตรวจของพ่อในคืนนั้น ทุกคนในครอบครัวก็เก็บตัวกักกันตนเองไม่ออกไปไหน และเดินทางไปตรวจหาเชื้อที่ร.พ.เปาโล ซึ่งตอนนี้ผลตรวจทุกคนออกมาแล้วครอบครัวปลอดภัยหมด ทุกคนไม่มีใครติดเชื้อไวรัสโควิดตามพ่อ โดยทางครอบครัวตนเพิ่งทราบผลตรวจเมื่อเวลา 12.00 น.ของวันที่ 29 มี.ค.63 จาก รพ.เปาโล ทั้ง 4 คน ส่วนตนเองนั้นรอรับการตรวจจากเทศบาลนครนนทบุรีในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งตนได้สัมผัสกับตัวพ่อเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมาและคิดว่าถ้าตอนนี้ทุกคนในบ้านปลอดภัยจากการติดเชื้อ ตนก็คิดว่าตัวเองจะไม่ติดเชื้อด้วยเช่นกัน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมทุกคนจึงไม่ติดเชื้อเลยจากพ่อ ซึ่งที่ผ่านมาช่วงกักตัวเองทุกคนเสียโอกาสทางสังคม ต้องถูกกักกัน สังคมก็ไม่ยอมรับ มีข่าวลือว่าตนติดเชื้อในโลกโซเชียล สังคมก็มารุมต่อว่าต่างๆนานา ทุกคนในครอบครัวต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเองคนละ 5,500 บาทรวม 4 คนเป็นเงิน 22,000 บาท เนื่องจากก่อนหน้าพากันไปตรวจที่ สถาบันบำราศนราดูร เขาไม่ตรวจให้เพราะไม่พบอาการที่เข้าข่ายของผู้ติดเชื้อ ทั้งที่เราอยู่ในครอบครัวที่มีความสุ่มเสี่ยงแต่ไม่แน่ใจว่าน้องเขยได้บอกเขาไปด้วยหรือไหม

อยากฝากบอกถึงคนในสังคมว่า คนในครอบครัวใกล้ชิดไม่มีใครติดเชื้อไวรัสเลย ผลตรวจจากทางแพทย์ออกมาแล้ว จะได้สบายใจกัน เพราะตอนนี้ตนอาจไม่เป็นโรคโควิด ตนอาจเป็นโรคเครียดแทน เพราะทุกเช้าตอนนี้ มีแต่คนโทรมาถามอาการตน ด่าตนบ้าง ว่าติดเชื้อโควิดและออกไป-มาทำงานทำไม โรคนี้มันไม่ได้ติดกันง่ายๆ วิเคราะห์หน่อยว่าติดทางไหนได้บ้าง อย่าตกใจกันเอง บางครั้งตื่นตูมกันจนสังคมรอบข้างเดือดร้อน ทางครอบครัวและตนเลยกลายเป็นจุดด้อยของสังคมด้วยการคิดไปกันเองก่อนเเล้ว

#ไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตติดเชื้อโควิด19 รายแรก จ.นนทบุรี รายที่ 7 ของประเทศ #

6 มี.ค. – ดูมวย ที่สนามมวยลุมพินี
7 มี.ค. – ไม่ทราบว่าไปไหน
8 มี.ค. – ดูมวย ที่สนามมวย อตก.3 จ.นนทบุรี
9 มี.ค. -11 มี.ค. อยู่บ้าน
12-14 มี.ค. – ร่วมงานศพ บิดานักการเมืองท้องถิ่นที่รู้จักที่วัดไทรม้าใต้ จ.นนทบุรี
15 มี.ค. -ไปหาหมอที่ รพ.พระนั่งเกล้า ตอน 10.00 น.ด้วยอาการเวียนหัว
16 มี.ค. -อยู่บ้านตลอด หลังไม่สบายหมอบอกน้ำในหูไม่เท่ากัน
27 มี.ค. – 20.00 น.ไปที่รพ.นนทเวช เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก หมอขอดูอาการแล้วแอดมิท
28 มี.ค.- 00.39 น.เสียชีวิต ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด19

ข่าวที่เกี่ยวข้อง