ศบค.เคาะรายชื่อแล้ว 46 ประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัว

ศบค.เคาะรายชื่อแล้ว 46 ประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัว
TNN ช่อง16
25 ตุลาคม 2564 ( 13:41 )
31
ศบค.เคาะรายชื่อแล้ว 46 ประเทศเข้าไทยไม่ต้องกักตัว

วันนี้ ( 25 ต.ค. 64 )ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดรายชื่อ 46 ประเทศที่สามารถเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขด้านสาธารณสุข  โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ออสเตรเลีย     

2.ออสเตรีย       

3.บาห์เรน       

4.เบลเยี่ยม       

5.ภูฏาน          

6.บรูไนดารุสซาลาม 

7.บัลแกเรีย     

8.กัมพูชา       

9.แคนาดา      

10.ชิลี 

11.จีน 

12.ไซปรัส

13.สาธารณเช็ก 

14.เดนมาร์ก  

15.เอสโตเนีย  

16.ฟินแลนด์

17.ฝรั่งเศส  

18.เยอรมนี

19.กรีซ      

20.ฮังการี   

21.ไอซ์แลนด์  

22.ไอร์แลนด์     

23.อิสราเอล 

   24.อิตาลี   

25.ญี่ปุ่น 

 26.ลัตเวีย 

 27.ลิทัวเนีย   

28.มาเลเซีย

29.มอลตา 

 30.เนเธอร์แลนด์

31.นิวซีแลนด์ 

32.นอร์เวย์   

33.โปแลนด์

34.โปรตุเกส  

35.กาตาร์   

36.ซาอุดิอาระเบีย

37.สิงคโปร์

38.สโลวีเนีย

39.สาธารณรัฐเกาหลี

40.สเปน  

41.สวีเดน

42.สวิตเซอร์แลนด์

43.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

44.สหราชอาณาจักร

45.สหรัฐอเมริกา

46.ฮ่องกง

ก่อนหน้านี้ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงหลักเกณฑ์การเปิดรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นการทยอยเปิดตามห้วงเวลาที่ชัดเจน ด้วยกลยุทธ์การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย (Smart Entry) เน้นเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาทางอากาศ เบื้องต้น เพื่อสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจแก่ภาคธุรกิจ เอกชน ประชาชนควบคู่กับการกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยมีมาตรการแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. คนไทยและต่างชาติที่เดินทางจาก 45 ประเทศ + 1 เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องมีการกักตัว และสามารถเดินทางได้ทุกจังหวัด เงื่อนไขคือผู้ที่จะเดินทางจะต้องพำนักในประเทศที่กำหนดนั้น ๆ ต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน ก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ยกเว้นคนไทยหรือเดินทางออกจากประเทศไทย ซึ่งต้องมีการจองโรงแรม AQ 1 คืนระหว่างรอผลตรวจ RT-PCR

2. ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศไหนก็ได้ (กรณีที่ไม่เข้าเกณฑ์ในกลุ่มที่แรก) โดยใช้หลักการเดียวกับโปรแกรมแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) และต้องเดินทางเข้ามาในพื้นที่นำร่อง 17 จังหวัด (พื้นที่สีฟ้า) คือ ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มมีการตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเดินทาง 72 ชั่วโมงด้วยวิธี RT-PCR และมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 50,000 ยูเอสดอลลาร์ จองที่พัก 7 คืน ตามมาตรฐานและต้องเป็นโรงแรมที่อยู่ใน Sandbox area มีการตรวจหาเชื้อซ้ำในวันที่ 6 หรือ 7 สามารถเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ และเมื่อครบ 7 วันแล้ว จึงจะสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นได้

3. กรณีกลุ่มคนที่ไม่เข้าเกณฑ์ทั้ง 2 ประเภท เช่น คนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเลย หรือได้รับแล้วยังไม่ครบ สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ภายใต้เงื่อนไขการกักกัน ในสถานที่ที่ทางราชการกำหนด ทั้งสถานกักกันโรคที่รัฐจัดให้ (SQ) สถานกักกันโรคทางเลือก (AHQ) ที่จัดการโดยเอกชน สถานกักกันโรคของหน่วยงานหรือองค์กร (OQ) และสถานที่กักกันในส่วนของโรงพยาบาล (HQ) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งแต่ละกรณีจำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวโดยจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน บางกลุ่มจะมีการกักตัว 7 -10 วัน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า รัฐบาลและ ศบค. กำหนดโครงการเปิดประเทศแบบไม่กักตัว เริ่ม 1 พ.ย. นี้ สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทยและสถานการณ์ทั่วโลกมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น โดยแบ่งออก เป็น 3 ช่วงระยะเวลาที่ชัดเจน คือ ระยะที่1 ช่วงวัน 1 - 30 พฤศจิกายน 64 (พื้นที่ 17 จังหวัดนำร่อง) ระยะที่ 2 ช่วงวัน 1 - 31 ธันวาคม (เมืองหลักหรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดและเป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดประเทศเพื่อนบ้าน) และระยะที่ 3 ตั้งแต่ 1 มกราคม 65 (พื้นที่นำร่องด้านเศรษฐกิจ จังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน) ในแต่ละช่วงเวลา จะมีการปรับหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในประเทศและประเทศต้นทาง รวมทั้งยังมีการประเมินผลการเข้าราชอาณาจักรทุก 1-2 สัปดาห์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดภายในของประเทศนั้น ๆ เพื่อเป็นการพิจารณาความเหมาะสมของประเทศต้นทางด้วย


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง