สสว.จ่อหั่นเป้าGDP SME เหลือร้อยละ 1.6

นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SME (SMESI) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 52.3 เมื่อเทียบกับระดับ 52.2 ในเดือนมกราคม ซึ่งยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ขณะที่การคาดการณ์ดัชนี 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 52.8 สาเหตุหลักมาจากการสิ้นสุดช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจส่งผลให้กำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจแผ่วลง
สำหรับปี 2569 มีการประเมินว่าหากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อัตราการขยายตัวของ GDP SME อาจถูกปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ร้อยละ 2.8 เหลือเพียงร้อยละ 1.6 - 2.3 เท่านั้น
อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวม GDP SME ปี 2568 จะขยายตัวได้ดี แต่เริ่มส่งสัญญาณเฝ้าระวังในเดือนเมษายน 2569 จากความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มปะทุ สสว. พร้อมบูรณาการแผนช่วยเหลือเชิงรุกร่วมกับรัฐบาล มุ่งประคองสภาพคล่อง ลดต้นทุน และเร่งผลักดัน SME สู่ระบบดิจิทัลเพื่อรักษาเสถียรภาพธุรกิจทั่วประเทศ
สำหรับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจโลกและไทย โดยเฉพาะใน 4 ด้านสำคัญ อาทิ 1.วิกฤตต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงถึง 130-150 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงสิ้นปี จะก่อให้เกิดภาวะ "Cost-push inflation" หรือเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนที่ร้อยละ 2.0-3.0 ซึ่งจะบีบให้ผู้ประกอบการต้องส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภค
2.ภาคการผลิตเปราะบาง คาดว่า GDP ภาคการผลิตจะหดตัวร้อยละ 0.6 จากการถูกบีบทั้งฝั่งต้นทุน และรายได้ที่ลดลง กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังพิเศษ คือ อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี อาหาร พลาสติก และแก้วเซรามิก
3.รายได้ท่องเที่ยวหายแสนล้าน นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลดลงเหลือ 32.75 ล้านคน จากเป้าหมาย 37 ล้านคน ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปกว่า 109,000 ล้านบาท
และ 4.ความเสี่ยงด้านการส่งออก หากสงครามลากยาวจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักและค่าระวางขนส่งที่แพงขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
