สธ.ชี้หลังผ่อนปรนเฟส6 ประชาชนส่อการ์ดตกหนัก

สธ.ชี้หลังผ่อนปรนเฟส6 ประชาชนส่อการ์ดตกหนัก
มติชน
22 สิงหาคม 2563 ( 17:27 )
103
3
สธ.ชี้หลังผ่อนปรนเฟส6 ประชาชนส่อการ์ดตกหนัก

สธ.ชี้หลังผ่อนปรนเฟส6 ประชาชนหย่อนมาตรการป้องกันโควิด-19 แนะต้องปฏิบัติเข้มต่อเนื่อง 

 

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทยวันนี้ มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 0 ราย ผู้ป่วยกลับบ้าน 1 ราย ทำให้มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,220 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 94.99 ของผู้ป่วยทั้งหมด มีผู้ป่วยที่ยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 112 ราย หรือร้อยละ 3.30 ของผู้ป่วยทั้งหมด ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมผู้เสียชีวิตสะสม 58 ราย ผู้ป่วยสะสมทั้งสิ้น 3,390 ราย

 

นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้ยังมีการระบาดเป็นวงกว้าง ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกมีจำนวนถึง 23,108,105 ราย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุดคือ สหรัฐอเมริกา 5,796,727 ราย รองลงมาคือ บราซิล 3,536,488 ราย และอินเดีย 2,973,368 ราย นอกจากนี้มีหลายประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วและกลับมาระบาดระลอกใหม่ เช่น ประเทศเมียนมาในรัฐยะไข่ ทำให้องค์การอนามัยโลก ออกมาเตือนว่าการที่ประชาชนผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด- 19 ไม่ใส่ใจต่อการดูแลตนเอง เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ในขณะนี้ อย่างไรก็ตามถือเป็นบทเรียนสำคัญให้ประเทศไทยได้เกิดการศึกษาเรียนรู้

 

“จากข้อมูลผลสำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด- 19 โดยกรมควบคุมโรค (DDC Poll) ออนไลน์ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 4-18 สิงหาคม 2563 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,346 ราย พบว่า หลังผ่อนปรนมาตรการในเฟส 6 ประชาชนเริ่มหย่อนการป้องกันตนเองในเรื่องการสวมหน้ากากเมื่อไม่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ ลดลงเหลือร้อยละ 64.8 จากที่เคยสูงสุดถึงร้อยละ 93.5 ลดลงจากครั้งที่ 14 (ร้อยละ 68.5) ถึงร้อยละ 4 ต่ำที่สุดจากที่เคยสำรวจทุกครั้งที่ผ่านมา และมีผู้ตอบว่าจะสวมหน้ากากต่อเนื่องเพียงร้อยละ 55.3 ลดลงจากที่เคยสูงสุดร้อยละ 63.7 อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด -19 ซึ่งร้อยละ 46.5 ตอบว่ามีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น, ร้อยละ 40.9 มีรายได้ลดลง และร้อยละ 34.1 ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติหรือเข้าร่วมกิจกรรมสังสรรค์ แต่ก็มีประชาชนที่ตอบในเชิงบวกว่าทำให้รับผิดชอบตัวเองและสังคมมากขึ้นถึงร้อยละ 55.3, ได้ทำสิ่งใหม่หรือค้นพบว่าตัวเองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ร้อยละ 55.1 และได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.3” นพ.โสภณ กล่าว

 

นพ.โสภณ กล่าวว่าโดยสรุปพบว่าพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคของประชาชนมีแนวโน้มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการระบาดรอบใหม่ได้ตามคำเตือนขององค์การอนามัยโลก จึงขอย้ำให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและตลอดเวลาขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการ ด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อช่วยกันรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง