PTTGC สุดล้ำ AI ดันกำไร อัพอีบิทดา 300 ล้านดอลล์

#PTTGC #ทันหุ้น - PTTGC โชว์แผนสุดไฮเทค นำเทคโนโลยีดิจิทัลยกประสิทธิภาพครบสูตรทั้งซัพพลายเชน มั่นใจอัพอีบิทดาเพิ่ม 300 ล้านดอลลาร์ โชว์เบื้องต้นใช้ AI โรงไฮโดรเจนเพิ่มอีบิทดาได้ถึง 2 หลัก เดินหน้าขยายสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ปรับแผนใช้เอไอแบบไม่รู้จบ มองซัพพลายตะวันออกกลางลดลง ส่วนจีนเชื่อไม่เพิ่มไปกว่านี้
นายพรศักดิ์ มงคลตรีรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจเพื่อความเป็นเลิศ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัทที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิเช่น AI, Robot , Cloud Computing, IoT เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การวางแผน การผลิต ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาด รวมถึงปรับกระบวนการทำงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับโลก ซึ่งเป็นการดำเนินแนวทาง Holistic Optimization ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพแบบองค์รวมของ GC เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าหมายการสร้างการเติบโตกำไร EBITDA (กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย) เพิ่มขึ้นสะสมให้ได้ถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2568 โดยมีหลักการ 3 Smart ประกอบด้วย 1. Smart Operations การใช้ดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถโรงงานให้ทำงานได้แบบ Real-Time ตลอดเวลา 2. Smart Sales and Marketing การยกระดับการขายทั้งในมิติด้านราคาและปริมาณ และ 3. Smart Office การปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือ Work Process ให้กระชับ ฉับไว และมีประสิทธิภาพสูงสุด
@สุดล้ำนำเทคเพิ่มกำไร
ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาวัตถุดิบ โดยมีการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของตลาดและสภาพของโรงงาน เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบหรือน้ำมันดิบที่มีความเหมาะสมที่สุดจากที่มีอยู่หลายร้อยประเภททั่วโลก นอกจากนี้บริษัทยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้สำหรับการซ่อมบำรุงอัจฉริยะ โดยใช้ข้อมูลการเดินเครื่องจักรที่สะสมมากว่า 30 ปี มาสอน AI ให้เรียนรู้สภาวะของเครื่องจักร ทำให้บริษัทช่วยวิเคราะห์การซ่อมบำรุงได้แม่นยำว่าควรซ่อมจุดไหนและเมื่อใด ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาการหยุดเดินเครื่อง
รวมถึงการใช้ AI Vision เป็น "ดวงตาอัจฉริยะ" ตรวจสอบความสะอาดของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดที่เกินความจำเป็น ตลอดจนการนำหุ่นยนต์และโดรนมาใช้ตรวจสภาพท่อในที่สูง เพื่อลดการตั้งนั่งร้าน ลดการใช้แรงงานคน และเพิ่มความปลอดภัยให้กับพนักงาน
ไม่เพียงเท่านั้นยังนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของตลาด ว่าลูกค้าต้องการสินค้าประเภทใด และข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกวัตถุดิบและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกัน เพื่อสร้างสรรค์สินค้าชนิดใหม่ๆ ที่ตรงใจลูกค้าและตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้
"บริษัทประสบความสำเร็จในการนำระบบ Intelligent Hydrogen Network มาใช้บริหารจัดการโรงงานผลิตไฮโดรเจน โดยระบบจะสั่งการให้โรงงานที่มีต้นทุนต่ำที่สุดผลิตไฮโดรเจนให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อลดการสูญเสียและไม่มีไฮโดรเจนเหลือทิ้ง และบริษัทมีแผนจะนำแนวคิด Plant Wide Optimization นี้ไปขยายผลต่อในกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์ เช่น เอทิลีน และโพรพิลีน ในลำดับถัดไป"
ทั้งนี้ในช่วงปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการเริ่มต้นดำเนินโครงการบริษัทประสบความสำเร็จในการเพิ่มอิบิทด้าในรูปเงินดอลลาร์ได้เป็นตัวเลข 2 หลัก และจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น
นายพรศักดิ์ ยอมรับว่า แผนในการลงทุนด้านเอไอนั้นจะเป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และจะมีการปรับแผนเพื่อให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีตลอดเวลา
@ดีมานด์และแผนร่วมทุน
สำหรับสถานการณ์ดีมานด์และซัพพลายของตลาดสินค้าเคมีภัณฑ์ยอมรับว่ามีปริมาณสินค้า (Supply) ไหลเข้ามาในตลาด แต่เชื่อว่าปริมาณสินค้าจากจีนจะไม่เพิ่มสูงไปกว่านี้ ส่วนตะวันออกกลางกลับลดลง ขณะที่ปริมาณความต้องการก็เริ่มขยับตัวสูงขึ้นแล้วเช่นกัน ซึ่ง PTTGC วางแผนรับมือแล้ว
ส่วนความคืบหน้าโครงการร่วมทุน (JV) กับ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ซึ่งเมื่อปลายเดือนเมษายน 2569 มีการลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างกันไปแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการศึกษา โดยมีความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยี AI และแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพเหล่านี้ไปปรับใช้ร่วมกัน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
