กรมชลฯ เข้ม! สั่งชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ - เตรียมรับมือฝนตกหนัก

กรมชลฯ เข้ม! สั่งชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ - เตรียมรับมือฝนตกหนัก
ข่าวสด
6 กันยายน 2564 ( 16:36 )
11
กรมชลฯ เข้ม! สั่งชลประทานทั่วประเทศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ - เตรียมรับมือฝนตกหนัก

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยตามรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า นับจากนี้เป็นต้นไปจะมีปริมาณฝนตกกระจายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก จึงสั่งการไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศรวมทั้งสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ ที่มีปริมาณน้ำเกินร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ที่สำคัญให้ทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนพื้นที่ท้ายน้ำก่อนการระบายน้ำทุกครั้ง เพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด รวมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอ หมั่นตรวจสอบอาคารชลประทานและเครื่องจักร เครื่องมือให้พร้อมใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

 

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบัน ณ 6 ก.ย 2564 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 40,608 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ประมาณ 16,679 ล้านลบ.ม. สามารถรับน้ำรวมกันได้อีกกว่า 35,459 ล้านลบ.ม. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 8,777 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 35% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 2,081 ล้านลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์น้อย โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา จำเป็นต้องปรับลดการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนให้อยู่ในเกณฑ์น้อยที่สุด เพื่อเก็บกักน้ำไว้สำหรับการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศในช่วงฤดูแล้งหน้า พร้อมขอความร่วมมือไปยังเกษตรกรให้งดทำนาต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย

 

 

สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 936 ลบ.ม./วินาที สมทบกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง 56 ลบ.ม/วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น และมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 633 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน ตั้งแต่อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงพื้นที่ ต.กระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทาน ได้ประสานไปจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จะควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ไม่เกิน 700 ลบ.ม./วินาที หากจะมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้หน่วยงานและประชาชนทราบก่อนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับยืนยันว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด สำหรับไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า ตามนโยบายของรัฐบาล โดยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง