"อนุทิน" กระชับเวลาฉีด "วัคซีนไข้หวัดใหญ่" 7 กลุ่มเสี่ยงเร็วขึ้น เริ่มแล้ววันนี้!

"อนุทิน" กระชับเวลาฉีด "วัคซีนไข้หวัดใหญ่" 7 กลุ่มเสี่ยงเร็วขึ้น เริ่มแล้ววันนี้!
มติชน
8 พฤษภาคม 2563 ( 14:25 )
227
"อนุทิน" กระชับเวลาฉีด "วัคซีนไข้หวัดใหญ่" 7 กลุ่มเสี่ยงเร็วขึ้น เริ่มแล้ววันนี้!

 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่- กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เลื่อนการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เร็วขึ้น เริ่มแล้ววันนี้ จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม ให้ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง รวม 4.11 ล้านโด๊ส พร้อมให้บุคลากรทางการแพทย์ 4.1 แสนโด๊ส ลดการป่วย ลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ในช่วงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือ โควิด-19

 

 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นประธานในพิธีมอบวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ สำหรับบุคลากรการแพทย์ รพ.รามาฯ จำนวน 5,000 โด๊ส

 

นายอนุทิน กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ สธ.จัดหาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 4.11 ล้านโด๊ส บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 4.1 แสนโด๊ส และเลื่อนการรณรงค์ให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 1 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 จากเดิมที่จะเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนมิถุนายน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคทันต่อสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ลดการป่วย ลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่

 

 

“กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนและมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในขณะปฏิบัติงานได้ทุกสายพันธุ์ หากบุคลากรเจ็บป่วยจะเกิดผลกระทบกับการให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่อาจมีการระบาดของโรค โควิด-19 เนื่องจากตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ห้องปฏิบัติการตรวจตัวอย่างจากผู้ป่วยนับหมื่นๆ ราย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาพยาบาลอย่างดี” นายอนุทิน กล่าว

 

 

นอกจากนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.ได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 4.11 ล้านโด๊ส ให้กับประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2.เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี 3.ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย 4.ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน 5.บุคคลอายุ 65 ปีขึ้นไป 6.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และ 7.โรคธาลัสซีเมียและผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ และผู้ที่เป็นโรคอ้วน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง