เปิดเกมรุก 'สุชาติ' ฟ้องตรง 'ไอซ์ รักชนก' กลยุทธ์กฎหมายดักทางเอกสิทธิ์สภาฯ

เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตัดสินใจใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาดเข้าจัดการข้อพิพาทด้านชื่อเสียง โดยมอบอำนาจให้ทีมทนายความนำโดย ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ยื่นฟ้องนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ต่อศาลอาญาตลิ่งชัน ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายเชิงพาณิชย์สูงถึง 50 ล้านบาท
เอกสิทธิ์ สส. คืออะไร? และทำไม "ฟ้องตรง" ถึงทรงพลัง
หัวใจสำคัญของการดำเนินคดีครั้งนี้อยู่ที่การเลือกใช้วิธีฟ้องร้องต่อศาลโดยตรง แทนการแจ้งความผ่านพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนปกติ ทีมกฎหมายของนายสุชาติให้เหตุผลว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการสอบสวนของตำรวจ และเป็นการก้าวข้ามเงื่อนไขทางรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเอกสิทธิ์คุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากกฎหมายมีข้อยกเว้นระบุไว้ว่า หากเป็นการยื่นฟ้องต่อศาลโดยตรง ศาลสามารถดำเนินการพิจารณาคดีหรือไต่สวนมูลฟ้องได้ทันทีแม้จะอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภา ตราบใดที่การพิจารณานั้นไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมสภาของตัวแทนประชาชน
ต้นตอของคดีความเกิดขึ้นจากการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ของนางสาวรักชนก ที่มีการระบุถึงรัฐมนตรีว่ามาจากการโกงเลือกตั้ง รวมถึงการแสดงความคิดเห็นที่ใช้ถ้อยคำพาดพิงถึงชื่อเล่นของนายสุชาติในเชิงลบ แม้ภายหลังจะมีการแก้ไขข้อความดังกล่าว แต่ทีมทนายยืนยันว่าหลักฐานถูกรวบรวมไว้ได้ทันท่วงทีและถือเป็นความผิดสำเร็จแล้ว การยื่นฟ้องครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้เกิดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ เนื่องจากนายสุชาติยืนยันมาโดยตลอดว่าตนเองไม่เคยมีประวัติถูกดำเนินคดีอาญา ไม่เคยถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด และไม่เคยถูก กกต. วินิจฉัยว่าทุจริตการเลือกตั้งตามที่ถูกกล่าวหา
หมัดเด็ด "นับโทษต่อ" ตัดวงจรการเมือง
ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่แวดวงการเมืองมากที่สุด คือการที่โจทก์ร้องขอให้ศาลอาญาตลิ่งชันพิจารณาบวกโทษและนับโทษต่อจากคดีเดิมที่นางสาวรักชนกมีอยู่ก่อนหน้านี้ ทั้งคดีความผิดตามมาตรา 112 และคดีที่เกี่ยวข้องกับตึก Skyy9 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลอุทธรณ์และศาลอาญารัชดาตามลำดับ การวางหมากในลักษณะนี้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการของฝ่ายรัฐมนตรีที่ต้องการให้บทลงโทษทางกฎหมายมีผลต่อเนื่องและรุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางคดีขั้นสูงสุด
แม้จะถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามในการใช้กฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง หรือที่เรียกว่าการฟ้องปิดปาก แต่ทางทีมกฎหมายของนายสุชาติยืนยันอย่างหนักแน่นว่านี่คือการใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะผู้เสียหายเพื่อปกป้องเกียรติยศที่สั่งสมมา การต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นความพยายามรักษาความสมดุลระหว่างเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์กับการคุ้มครองชื่อเสียงส่วนบุคคล โดยศาลอาญาตลิ่งชันได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ซึ่งนายสุชาติตั้งเป้าจะเดินทางมาพิสูจน์ความจริงด้วยตนเอง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
