พาณิชย์ปั้น "ล้งชุมชนมะพร้าว" ดัน Zero Waste ยกระดับทั้งห่วงโซ่

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้ "ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม" จังหวัดราชบุรี เป็นต้นแบบในการรวบรวมผลผลิต ควบคุมคุณภาพ แปรรูป และเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่การผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแนวคิด Zero Waste เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร จัดตั้ง "ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม" ให้เป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตคุณภาพของเกษตรกร พร้อมยกระดับมาตรฐานการคัดแยก การแปรรูป และการส่งออก เพื่อให้เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม
ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วนผ่านกรมการค้าภายใน รับซื้อผลผลิตในราคานำตลาด และประสานผู้ประกอบการทั้งสถานีบริการน้ำมัน โมเดิร์นเทรด และร้านค้าต่าง ๆ รับซื้อมะพร้าวรวมกว่า 10 ล้านลูก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดสูงถึงวันละประมาณ 2 ล้านลูก จึงจำเป็นต้องวางโครงสร้างรองรับทั้งระบบเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
นางศุภจี ระบุว่า ปัญหาสำคัญคือระบบการรวบรวมผลผลิตที่ยังไม่มีมาตรฐานในบางพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์จึงผลักดันการจัดตั้งล้งชุมชน เพื่อเป็นทางเลือกในการจำหน่ายผลผลิต พร้อมเตรียมขยายโมเดลจากจังหวัดราชบุรีไปยังจังหวัดผู้ผลิตสำคัญ ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอื่น ๆ
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการล้งชุมชน เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ เช่น เครื่องปอกเปลือก ระบบสายพาน และอุปกรณ์คัดแยกผลผลิต เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ในด้านการกำกับดูแล กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบโรงงานแปรรูปและล้งรับซื้อ หลังพบความเสี่ยงการปลอมปนวัตถุดิบบางประเภท โดยได้เข้าตรวจสอบโรงงานแล้ว 24 แห่ง และดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่เข้าข่ายกระทำผิดร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อรักษามาตรฐานสินค้าและความเชื่อมั่นของตลาด
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าเชื่อมโยงผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมขยายตลาดส่งออกใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป รวมถึงส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของมะพร้าวภายใต้แนวคิด Zero Waste โดยต่อยอดเปลือก กะลา และวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ไบโอชาร์ เชื้อเพลิง และพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) รวมถึงสนับสนุนแหล่งเงินทุนผ่านธนาคารออมสินและ SME D Bank
ด้านนายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย เปิดเผยว่า ล้งชุมชนเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยระยะแรกเน้นตลาดในประเทศผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยและโมเดิร์นเทรด ก่อนขยายสู่ตลาดส่งออก ซึ่งขณะนี้มีผู้ซื้อหลายรายให้ความสนใจ พร้อมตั้งเป้ารับซื้อผลผลิตในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิต เพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำเหลือเพียง 2-3 บาทต่อลูกเช่นในอดีต
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ติดตามต้นแบบการพัฒนามะพร้าวน้ำหอมมูลค่าสูงของ Aromatic Farm จังหวัดราชบุรี ซึ่งนำเทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ การตรวจสอบสายพันธุ์ด้วย DNA Marker และพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ เพื่อยกระดับมะพร้าวไทยจากสินค้าเกษตรเชิงปริมาณสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
สำหรับสถานการณ์มะพร้าวไทย ปี 2568 มีเกษตรกรผู้ปลูก 56,522 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูก 305,706 ไร่ ผลผลิตรวม 877,681 ตัน เพิ่มขึ้นเกือบ 50% จากปีก่อน ขณะที่ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 ไทยส่งออกมะพร้าวรวม 533,353 ตัน มูลค่า 568.07 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.18% โดยตลาดหลัก ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และออสเตรเลีย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
