พลังงานเข้มเงินค้ำประกัน สกัดดาต้าไม่ลงทุน

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ 3 การไฟฟ้า (การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ได้จัดทำหลักเกณฑ์สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดไว้ว่า หากจะมีการลงทุนจำเป็นที่ต้องวางเงินค้ำประกัน หรือวางบอนด์เพื่อเป็นหลักประกัน และเป็นการยืนยันเจตนาของการลงทุนจริง
เนื่องจากรัฐบาลต้องลงทุนเพื่อสร้างสายส่ง ระบบไฟฟ้าเตรียมความพร้อมไว้รองรับ ดังนั้น การที่จะสร้างสายส่งจะต้องมั่นใจว่านักลงทุนรายนั้นจะมาใช้จริง สำหรับสัดส่วนเงินประกันที่จะเก็บนั้น ยังต้องรอให้มีการประกาศอย่างเป็นทางก่อน จากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณาเห็นชอบก่อน อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ ต้องประกาศใช้หลักเกณฑ์การวางเงินค้ำประกันนี้อย่างแน่นอน
ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในเรื่องกลไกการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ หรืออุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ บีโอไอได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสำนักงาน กกพ., สนพ. และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง รวมถึงกลไกการวางหลักประกัน ซึ่งกระทรวงพลังงานและสำนักงาน กกพ.เป็นผู้เสนอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่มายื่นขอไฟฟ้าจะมีการลงทุนจริง เป็นการประกันความเสี่ยงแก่ภาครัฐที่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้า
โดยบีโอไอได้ให้ความเห็นว่า ไม่ขัดข้องกับกลไกดังกล่าว หากจะช่วยให้โครงการลงทุนต่าง ๆ สามารถได้รับการจัดสรรไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว และขอให้พิจารณาทางเลือกรูปแบบการวางหลักประกันที่จะไม่สร้างภาระกับผู้ลงทุนมากจนเกินไป ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอหลักเกณฑ์ต่อ กพช.ก่อนประกาศใช้ต่อไป
ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ยังได้อนุมัติโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์อีก 7 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 96,000 ล้านบาทซึ่งการที่ดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำหลายแห่งได้ตัดสินใจปักหมุดการลงทุนในประเทศไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลก และจะช่วยเกื้อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในภาคการเงินและอีคอมเมิร์ซ
สำหรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการลงทุนในกิจการนี้ เมื่อปลายปี 2568 บีโอไอได้ปรับปรุงเงื่อนไขให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เช่น ต้องจ้างงานบุคลากรไทยในตำแหน่งบริหารและผู้เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่า 50% ภายในเวลา 3 ปี และกำหนดให้โครงการลงทุนต้องทำกิจกรรมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบนิเวศในประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
