กกร.หั่นจีดีพีปี 69 เหลือโตร้อยละ 1.2 หลังเจอพิษน้ำมันแพง

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
กดดันให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง โดยผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากสินค้าขาดแคลนเริ่มเห็นแล้วในภาคการบิน กระทบนักท่องเที่ยวที่โดยสารผ่านเที่ยวบินจากตะวันออกกลางมายังไทย
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.8 แต่จำกัดอยู่ในบางภาคส่วน จากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตได้ดี ภาครัฐที่มีการเร่งเบิกจ่าย ประกอบกับภาคการส่งออกที่ขยายตัวสูงจากสินค้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI ตามกระแสโลก ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม tech ขยายตัวกว่าร้อยละ 45 และเป็นการขยายตัวติดต่อกัน 12 ไตรมาส
อย่างไรก็ตาม การส่งออกกระจุกตัวสูง และไม่ได้ส่งผลดีไปยังภาคการผลิตอย่างทั่วถึงรวมถึงความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยอาจสูงกว่า โดย กกร. ประเมินว่า GDP ไทยปี 2569 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.2 - 1.6 ลดลงจากกรอบประเมินเดิมช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ที่คาดว่าจะโตร้อยละ 1.6-2.0
ขณะที่การส่งออกยังคงประเมินไว้ที่ติดลบ ร้อยละ 1.5 ถึงติดลบร้อยละ 0.5 ส่วนเงินเฟ้อปรับขึ้นมาอยู่ในกรอบร้อยละ 2.0-3.0 จากเดิมร้อยละ 0.2-0.7
โดยกรอบประมาณการของ กกร.ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญ ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เฉลี่ยราว 90.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศลอยตัว และเงินเฟ้อกรอบล่างที่ร้อยละ 2.0 คาดว่ามีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงครึ่งหนึ่งจากที่จัดเก็บในปัจจุบัน
และมองว่าไทยควรเร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ และเร่งการลงทุนเพื่อเพิ่ม
นอกจากนี้กกร.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นอย่างเร่งด่วน เนื่องจากภาคธุรกิจกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานซึ่งอาจกระทบต่อภาคการผลิต การส่งออก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
