รีเซต

ล้างบาง นอมินี พาณิชย์สแกนธุรกิจต่างชาติ “สมุย-พะงัน”

ล้างบาง นอมินี พาณิชย์สแกนธุรกิจต่างชาติ “สมุย-พะงัน”
TNN ช่อง16
8 พฤษภาคม 2569 ( 17:41 )
10

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการสแกนข้อมูลนิติบุคคล พบว่า บนเกาะพะงันและเกาะสมุย มีบริษัททั้งหมดรวม 16,811 ราย ในจำนวนนี้ เป็นบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย หรือคิดเป็นเกือบรร้อยละ  68  ของธุรกิจทั้งหมดบน 2 เกาะ  หากแยกเป็นรายพื้นที่ พบว่า เกาะพะงัน มีบริษัททั้งหมด 4,761 ราย เป็นบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุน 3,213 ราย หรือกว่าร้อยละ 67  โดยกลุ่มนักลงทุนหลัก ได้แก่ อิสราเอล ฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย

ส่วนเกาะสมุย มีบริษัททั้งหมด 12,050 ราย และมีต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย หรือกว่าร้อยละ  68   นักลงทุนหลัก คือ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย และจีน

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยอมรับว่า ที่ผ่านมา ภาครัฐให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่ามีนักลงทุนบางส่วน ใช้วิธีให้คนไทยถือหุ้นแทน หรือ “นอมินี” เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย และเข้ามาประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต   โดยกรมฯ มองว่า การกระทำลักษณะนี้ ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังบิดเบือนการแข่งขันทางธุรกิจ กระทบผู้ประกอบการไทย และส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว


ล่าสุด เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยบนเกาะพะงัน พบสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่ง มีชื่อผู้ถือหุ้นเชื่อมโยงกับบริษัทถึง 66 แห่ง และใช้อาคารพาณิชย์เป็นที่ตั้งนิติบุคคลรวมกันกว่า 89 บริษัท บางแห่งไม่พบการดำเนินธุรกิจจริง เจ้าหน้าที่จึงยึดเอกสารและคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการถือหุ้นและความเชื่อมโยงกับชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ ยังพบโครงการวิลล่าหรูริมทะเล มูลค่ากว่า 152 ล้านบาท เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเช่าพัก โดยไม่มีใบอนุญาตโรงแรม และพบความผิดปกติในการถือครองที่ดิน ซึ่งมีบริษัทไทยถือครอง แต่มีผู้ถือหุ้นชาวอิสราเอล ร่วมถือหุ้นในสัดส่วนสูง จนอาจเข้าข่ายการถือหุ้นอำพราง หรือ “นอมินี”


ขณะที่เกาะสมุย พบคนไทยบางราย มีชื่อถือหุ้นร่วมกับชาวต่างชาติในหลายสิบบริษัท เพื่อทำให้สัดส่วนบริษัทเข้าข่ายเป็น “บริษัทไทย” ตามกฎหมาย ซึ่งกรมฯ ได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตรวจสอบเชิงลึกแล้ว

พร้อมกันนี้ ยังส่งรายชื่อบริษัทขนาดใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เข้าข่ายเสี่ยงเป็นนอมินีอีก 34 ราย ให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เนื่องจากแต่ละบริษัทมีทรัพย์สินรวมเกิน 100 ล้านบาท และส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์    และเตรียมขยายการตรวจสอบไปยังจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ทั้งภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ กระบี่ พังงา และประจวบคีรีขันธ์ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง