ตรวจไขมันสูงจากพันธุกรรม เตรียมจ่อเข้าสิทธิบัตรทอง

คอเลสเตอรอลสูง ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว
ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวหรือคอเลสเตอรอลสูง ขาดการออกกำลังกาย และมีน้ำหนักเกิน
- พันธุกรรม หรือโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูงทางพันธุกรรม (Familial Hypercholesterolemia: FH)
โรค FH เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายมีระดับไขมันชนิดไม่ดี (LDL-C) สูงตั้งแต่กำเนิด ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติ จึงไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรค จนกระทั่งเข้าสู่วัยผู้ใหญ่หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หัวใจวายเฉียบพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง
แม้ว่าระดับ LDL-C จะสูงมาตั้งแต่เด็ก แต่ผู้ป่วยจำนวนมากเพิ่งได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุประมาณ 40–50 ปี ซึ่งอาจสายเกินไปสำหรับการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด
ข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า โรคคอเลสเตอรอลสูงทางพันธุกรรมมีความชุกประมาณ 1 คนต่อประชากร 300 คน และเป็นโรคทางพันธุกรรมที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัยอันควร
ในผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ทุก ๆ 30 คน จะพบผู้ป่วย FH ประมาณ 1 คน และหากเป็นผู้ป่วยอายุน้อย ความชุกจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1 ใน 15 คน
สถานการณ์ในประเทศไทย
แม้โรค FH จะพบได้ไม่น้อย แต่ในประเทศไทยยังมีการรับรู้เกี่ยวกับโรคนี้ค่อนข้างจำกัด ทั้งในด้านการตระหนักรู้ของประชาชนและระบบการวินิจฉัย
ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้ง Thai FH Registry ภายใต้เครือข่าย Thai FH Network ซึ่งรวบรวมอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและโรคหัวใจจากกว่า 21 สถาบันทั่วประเทศ เพื่อจัดทำทะเบียนผู้ป่วย เก็บข้อมูลทางคลินิกและพันธุกรรม รวมถึงสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคในบริบทของประเทศไทย
โครงการวิจัยดังกล่าวนำโดย ศ.ดร.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิจัยของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ภายใต้แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย (Genomics Thailand) เพื่อพัฒนาแนวทางการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย FH ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
งานวิจัยช่วยพัฒนาการวินิจฉัยโรค
1. ศึกษาความหนาของเอ็นร้อยหวาย
ผู้ป่วย FH มักมีการสะสมของไขมันบริเวณเส้นเอ็น โดยเฉพาะเอ็นร้อยหวาย ทีมวิจัยจึงเปรียบเทียบวิธีวัดความหนาของเอ็นร้อยหวาย 3 วิธี ได้แก่
- การใช้ Skin Calipers
- การเอกซเรย์
- การอัลตราซาวนด์
ผลการศึกษาพบว่า
จุดตัดความหนาของเอ็นร้อยหวายที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย คือ 7.9 มิลลิเมตรในผู้ชาย และ 7.2 มิลลิเมตรในผู้หญิง
การเอกซเรย์ทั่วไปให้ความแม่นยำใกล้เคียงกับอัลตราซาวนด์ จึงสามารถใช้เป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ในโรงพยาบาลทั่วไป
2. ศึกษาการสะสมของแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ
งานวิจัยอีกชิ้นเปรียบเทียบระดับแคลเซียมที่สะสมในหลอดเลือดหัวใจและลิ้นหัวใจเอออร์ตาระหว่างผู้ป่วย FH กับผู้ป่วยคอเลสเตอรอลสูงทั่วไป
ผลการศึกษาพบว่า ทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยโรค FH
3. วิเคราะห์ความผิดปกติทางพันธุกรรม
ทีมวิจัยได้ใช้เทคโนโลยี Next-Generation Sequencing (NGS) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของยีนที่เป็นสาเหตุของโรค
ผลการศึกษาพบความผิดปกติของยีนหลายรูปแบบ ซึ่งนับเป็นฐานข้อมูลพันธุกรรมของผู้ป่วย FH ชุดแรกของประเทศไทย และเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาการวินิจฉัยในอนาคต
ผลักดันการตรวจเข้าสู่สิทธิประโยชน์บัตรทอง
องค์ความรู้จากงานวิจัยทั้ง 3 ด้านช่วยให้ประเทศไทยมีข้อมูลทางคลินิกและพันธุกรรมที่ชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันมีการผลักดันให้การตรวจทางพันธุกรรมสำหรับโรค FH บรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถเข้าถึงการตรวจได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การตรวจทางพันธุกรรมยังมีต้นทุนสูง ประมาณ 20,000 บาทต่อคนต่อครั้ง เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการถอดรหัสสารพันธุกรรม ทีมวิจัยจึงอยู่ระหว่างการพัฒนาวิธีตรวจที่มีความแม่นยำ แต่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อให้สามารถนำมาใช้ในระบบสาธารณสุขได้อย่างคุ้มค่า
การตรวจพบผู้ป่วย 1 คน อาจช่วยป้องกันโรคให้ทั้งครอบครัว
ข้อได้เปรียบของการวินิจฉัยโรค FH คือ เมื่อพบผู้ป่วย 1 คน แพทย์สามารถแนะนำให้ญาติสายตรงเข้ารับการตรวจระดับ LDL-C เพื่อค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถเริ่มรักษาด้วยยาลดระดับ LDL-C และติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
