รีเซต

บิ๊กอสังหาชี้ไทยเซฟโซน ดึงต่างชาติซื้อบ้านหลัง2

บิ๊กอสังหาชี้ไทยเซฟโซน ดึงต่างชาติซื้อบ้านหลัง2
ทันหุ้น
4 มีนาคม 2569 ( 02:45 )
2

นายอุทัย  อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI ประเมินทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนและกำลังซื้อชาวต่างชาติ ภายใต้บริบทความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก เนื่องจากประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศปลอดภัย (Safe Zone) ด้วยจุดยืนเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ประชากรเป็นมิตร พร้อมความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารและทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทะเลและภูเขาเหมาะต่อการพำนักระยะยาว

               โดยจังหวัดยุทธศาสตร์ที่ต่างชาติให้ความสนใจชัดเจน อาทิ จ.ภูเก็ต ถือเป็นแม่เหล็กหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยด้วยค่าครองชีพที่เหมาะสม สภาพอากาศเอื้อต่อการใช้ชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานครบครันทั้งสนามบิน โรงเรียนนานาชาติ และไลฟ์สไตล์ระดับสากล

อ.พัทยา จ.ชลบุรี เป็นอีกศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่ต่างชาติคุ้นเคย โดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางเชื่อมต่อกรุงเทพฯ และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตอบโจทย์ทั้งการลงทุนและการอยู่อาศัย, เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เติบโตต่อเนื่องจากดีมานด์ล้น (Overflow) จากภูเก็ต โดยได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้พำนักระยะยาว โดยเฉพาะชาวอิสราเอล ขณะที่บรรยากาศการอยู่อาศัยยังคงสงบและเป็นส่วนตัว

รวมถึง อ.หัวหิน อ.ปราณบุรี ที่เริ่มได้รับความนิยมจากเดิมเป็นฐานลูกค้าชาวสแกนดิเนเวีย ปัจจุบันมีชาวอังกฤษเข้ามาพำนักเพิ่มขึ้น แม้โครงสร้างพื้นฐานอาจไม่เทียบเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่มีจุดแข็งด้านความเงียบสงบและคุณภาพชีวิต ขณะที่กรุงเทพมหานคร และจ.เชียงใหม่ ยังคงเป็นมหานครศูนย์กลางธุรกิจ การแพทย์ และการศึกษานานาชาติ

@ เกาะติด-ปรับกลยุทธ์

               นายไตรเตชะ  ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI กล่าวว่า สถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เป็นเหตุการณ์ที่ประเมินยากว่าจะจบลงอย่างรวดเร็ว หรือยืดเยื้อ สำหรับประเทศไทยมีความได้เปรียบในเชิงการวางตัวเป็นกลาง ดังนั้นหากรัฐบาลเร่งสร้างความมั่นใจด้านความปลดภัย จะเป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยากระตุ้นการตัดสินใจเลือกที่จะเข้ามาพำนักอาศัยในประเทศไทยในระยะยาว ดังนั้น บริษัทจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เน้นการดำเนินกลยุทธ์แบบยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับความผันผวนและคว้าโอกาสเชิงบวกในทุกภาวะตลาด

@ASW รับกระแส Safe Zone

นายกรมเชษฐ์  วิพันธ์พงษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ประเมินประเทศไทยยังคงจุดแข็งในฐานะ “Second Home of the World” จากภาพลักษณ์ Safe Zone ในสายตานักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ เปิดโอกาสผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดภูเก็ตที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

กลยุทธ์หลักของ ASW มุ่งสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ผ่านธุรกิจในเครือที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ได้แก่ ธุรกิจซื้อขายฝาก–เช่าครบวงจรสำหรับลูกบ้าน ธุรกิจเฮลธ์แอนด์เวลเนสและคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์และอีเวนต์ รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต เสริมความแข็งแกร่งกระแสเงินสดระยะยาว

ปัจจุบัน ASW มีโครงการสะสมในภูเก็ต 15 โครงการ มูลค่ารวม 44,850 ล้านบาท มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) 15,259 ล้านบาท โดยมี 4 โครงการสร้างเสร็จแล้ว มูลค่า 11,700 ล้านบาท ขณะที่ Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้ในปี 2568 มูลค่า 2,021 ล้านบาท และช่วงปี 2569-2570 อีก 13,238 ล้านบาท สะท้อนฐานรายได้ที่รองรับล่วงหน้า

บริษัทยังต่อยอดสู่ธุรกิจโรงแรมและรีเทลมากขึ้น โดยเตรียมเปิดโรงแรมระดับ 4 ดาวแบรนด์ VOCO ร่วมกับ IHG ในปี 2570 รวมถึงพัฒนารีเทลภายใต้แบรนด์ Mingle Mall 4 แห่งในทำเลศักยภาพ เพื่อสร้างทราฟฟิกและมูลค่าเพิ่มให้โครงการที่อยู่อาศัยในเครือ

สำหรับแผนเปิดตัวใหม่ ไฮไลต์ประกอบด้วย “เบียงกาน่า สุรินทร์” 350 ยูนิต บนที่ดิน 14 ไร่ ซึ่งบางส่วนจะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป อยู่ระหว่างพิจารณาเชนบริหาร, “คาซ่า เดอ มอนเต้” พูลวิลล่าลักเซอรี่โซนเกาะแก้ว และ “เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา” บนที่ดิน 105 ไร่ แบ่งพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม 4 เฟส (25%) รีเทล (15%) และพูลวิลล่า (60%) ใช้เวลาก่อสร้างปี 2569-2573 รองรับดีมานด์ทั้งไทยและต่างชาติ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง