จอดรถตากแดดแค่ 1 ชม. เสี่ยงไฟลุกไม่รู้ตัว!

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เรื่องจอดรถตากแดดช่วงนี้เป็นเวลานาน มีโอกาสไฟลุกภายในรถได้ ต้องระวัง!
ช่วงนี้อากาศร้อนจัด การจอดรถตากแดดเป็นเวลานานไม่เพียงทำให้อุณหภูมิภายในรถสูงขึ้นอย่างมาก แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้โดยไม่คาดคิด จากการทดลองในต่างประเทศพบว่า เมื่อรถยนต์จอดกลางแดดโดยปิดกระจกทุกบาน อุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มขึ้นเกือบ 20 องศาเซลเซียสภายในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น และหากอุณหภูมิภายนอกสูงถึง 42 องศาเซลเซียส การจอดรถปิดกระจกทิ้งไว้กลางแจ้งประมาณ 60 นาที จะทำให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารพุ่งสูงถึง 65 องศาเซลเซียส และหากจอดนานเกินกว่า 1 ชั่วโมง อุณหภูมิอาจสูงเกิน 70 องศาเซลเซียสได้
สาเหตุสำคัญมาจากรังสีความร้อนที่ส่องผ่านกระจกและตัวถังรถเข้าสู่ภายใน ซึ่งประกอบด้วยทั้งคลื่นสั้นและคลื่นยาว โดยเฉพาะคลื่นยาวที่เมื่อผ่านเข้ามาแล้วไม่สามารถสะท้อนออกไปภายนอกได้ง่าย ความร้อนจึงถูกวัสดุต่าง ๆ ภายในรถ เช่น เบาะนั่ง คอนโซล และชิ้นส่วนพลาสติก ดูดกลืนและสะสมไว้ ก่อนจะค่อย ๆ แผ่กระจายภายในห้องโดยสาร ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ความร้อนยังอาจกระตุ้นให้วัสดุภายในรถปลดปล่อยสารเคมีบางชนิด เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ หรือเบนซิน ซึ่งมีจุดวาบไฟประมาณ 64 องศาเซลเซียส หากมีแหล่งกำเนิดประกายไฟหรือวัตถุที่ติดไฟได้อยู่ใกล้เคียง ก็อาจก่อให้เกิดการลุกไหม้ได้
ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นหากมีสิ่งของบางประเภทถูกทิ้งไว้ในรถเป็นเวลานาน โดยเฉพาะเกิน 1 ชั่วโมง วัตถุที่อาจเป็นสาเหตุของไฟไหม้ ได้แก่ วัตถุที่สามารถรวมแสงได้ เช่น ขวดน้ำพลาสติกใสที่มีน้ำอยู่ภายใน หรือแว่นสายตาที่วางบนคอนโซลหน้ารถ ซึ่งแสงแดดสามารถหักเหและรวมตัวเป็นจุดเล็ก ๆ ที่มีความร้อนสูงจนทำให้พื้นผิวบริเวณนั้นลุกไหม้ได้ นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ลิเธียม เช่น พาวเวอร์แบงก์ หรือโทรศัพท์มือถือ เมื่อเผชิญความร้อนสูงจัด อาจเกิดอาการแบตเตอรี่บวม ลัดวงจร และนำไปสู่การระเบิดหรือติดไฟได้เช่นกัน
วัตถุไวไฟที่บรรจุสารภายใต้แรงดัน เช่น ไฟแช็ก กระป๋องสเปรย์น้ำหอม สเปรย์กันแดด หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ ก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยง เพราะความร้อนจะทำให้สารภายในขยายตัวจนแรงดันเพิ่มสูงเกินขีดจำกัดและอาจระเบิดออกได้ รวมถึงกรณีที่รถมีน้ำมันเชื้อเพลิงรั่วซึม หรือสายไฟภายในเสื่อมสภาพจนเกิดการลัดวงจร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดเพลิงไหม้มากขึ้น
ดังนั้น การจอดรถกลางแดดในช่วงอากาศร้อนจัดควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรใช้แผ่นบังแดดที่สามารถกันรังสียูวีปิดกระจกด้านหน้าและด้านหลัง หากเป็นไปได้ควรเลือกจอดในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการทิ้งวัตถุไวไฟ แบตเตอรี่ หรือขวดน้ำไว้ภายในรถ และอาจแง้มกระจกหน้าต่างลงเล็กน้อยประมาณ 1–2 เซนติเมตร เพื่อช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดการสะสมความร้อนภายในรถ ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งรถยนต์และผู้ใช้รถในช่วงหน้าร้อนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
