วิกฤตผู้ประกันตน ทำไม “ประกันสังคม” ต้องออกจากระบบราชการ

เมื่อระบบราชการ กลายเป็นกับดัก การบริหารกองทุน 2.6 ล้านล้านบาทให้อยู่รอด อาจต้องแยกกประกันสังคมออกจากระบบราชการ
โรงอาหารประกันสังคม มูลค่า 12 ล้านบาท กลายเป็นหลักฐาน และสัญลักษณ์ของการใช้งบประมาณที่ถูกตั้งคำถามว่า ทำไมเงินกองทุนประกันสังคมถูกนำไปใช้เพื่อสวัสดิการภายในระบบที่ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ไม่เคยเข้าถึง
คำถามเรื่องความโปร่งใส และประสิทธิภาพการบริหารกองทุนนำมาสู่แรงผลักดันเสนอให้แยก “ประกันสังคม” ออกจากระบบราชการ
ทำไมต้องแยกประกันสังคมออกจากระบบราชการ
แล้วการแยกกประกันสังคมออกจากระบบราชการ คืออะไร และดีอย่างไร?
ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมมีสถานะเป็นส่วนราชการภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงาน การทำงานจึงต้องอิงตามระบบราชการ ที่เน้นระเบียบ และขั้นตอน หรือพูดง่ายๆว่า ระบบออกถูกแบบมาเพื่อ ป้องกันความผิดพลาดมากกว่าความสัมฤทธิผล
ส่วนการออกนอกระบบราชการ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนองค์กรเป็นเอกชน แต่หมายถึงการเปลี่ยนเป็นองค์กรของรัฐในรูปแบบพิเศษเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และประสิทธิภาพในการบริหารงาน ซึ่งกรณีของ “ประกันสังคม” มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. ซึ่งเป็นการบริหารกองทุนที่แยกตัวออกจากระบบราชการอย่างเป็นรูปธรรม
ประกันสังคม VS กบข.
โดยทั้งกองทุนประกันสังคม และกองทุนกบข.นั้น ถือว่าเป็นระบบการออมเพื่อการเกษียณที่เป็นภาคบังคับ หมายความว่าข้าราชาการจะถูกกำหนดให้เป็นสมาชิกของกบข.เมื่อเริ่มทำงานและมีรายได้จากหน่วยงานของรัฐ ในขณะที่พนักงานเอกชนก็จะต้องเป็นสมาชิกของประกันสังคม เมื่อได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้างจากนายจ้าง
โดยผลการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมในปี 2567 มีมูลค่าเงินลงทุนจำนวน 2,657,245 ล้านบาท แบ่งออกเป็น การลงทุนในหลักทรัพย์เสี่ยง 28.42% เป็นเงินจำนวน 755,179 ล้านบาท การลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 71.58% เป็นเงินจำนวน 1,902,066 ล้านบาท การลงทุนในประเทศมีสัดส่วน 67.74% เป็นเงินจำนวน 1,800,064 ล้านบาท การลงทุนในต่างประเทศ 32.26% เป็นเงินจำนวน 857,181 ล้านบาท
และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนรวมทั้งสิ้นจำนวน 71,960 ล้านบาท ประกอบด้วย ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนจำนวน 29,186 ล้านบาท และตราสารหนี้จำนวน 42,774 ล้านบาท โดยมูลค่าเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม แบ่งออกเป็น เงินสมทบจำนวน 1,666,556 ล้านบาท และผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนจำนวน 990,689 ล้านบาท
ในขณะที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมีผลการดำเนินงานในปี 2567 กบข. มีขนาดกองทุนใหญ่ขึ้น 1.06 แสนล้านบาท รวมมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (รวมเงินสำรอง) ที่ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท สามารถสร้างผลตอบแทนแผนสมดุลตามอายุ (สัดส่วนใหม่) 8.93% แผนทองคำ 24.67% แผนหลัก 3.73% ซึ่ง กบข. สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายผลตอบแทนการลงทุนระยะยาว ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังบวก 2% โดยในปี 68 กบข.จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกให้ได้ในระดับ 4%
การเติบโตของประกันสังคมในปี 2568
ทั้งนี้จากการตรวจสอบเงินลงทุนสะสมของประกันสังคมในปี 2568 นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมพบว่า เปิดเผยถึงสถานะการเงินและการบริหารเงินลงทุนของกองทุนประกันสังคม ประจำปี 2568 มียอดเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 2.9 ล้านล้านบาท
โดยกองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนสะสมรวมทั้งสิ้นมียอดรวมทั้งสิ้น 2,859,400 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากเงินสมทบจากฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล จำนวน 1,728,722 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาตั้งแต่จัดตั้งกอทุนประกันสังคม สามารถสร้างผลตอบแทนสะสมจากการลงทุนได้สูงถึง 1,130,678 ล้านบาท
โดยในปี 2568 สามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 80,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 6.1% ของพอร์ตการลงทุน โดยเป็นผลมาจากการจัดกลยุทธ์การลงทุน ที่ให้ความสำคัญกับ เสถียรภาพกองทุน เพื่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในระยะยาวเป็นลำดับแรก โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูง 69.01% และหลักทรัพย์เสี่ยง 30.99% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศ 60.47% และต่างประเทศ 39.53%
ในส่วนของ กองทุนเงินทดแทน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวว่า กองทุนมีเงินลงทุนสะสมรวม 88,136 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสมทบจากนายจ้างสุทธิ 52,664 ล้านบาท และผลตอบแทนสะสมจากการลงทุน 35,472 ล้านบาท โดยในปี 2568 สามารถสร้างผลตอบแทนที่รับรู้แล้วได้กว่า 4,228 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรา 5.68% ของพอร์ตการลงทุน โดยมีนโยบายเน้นความปลอดภัยของเงินทุนอย่างเข้มงวด โดยลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง 81.37% หลักทรัพย์เสี่ยงเพียง 18.63% ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในประเทศที่สัดส่วน 71.54% และต่างประเทศ 28.46%
เมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลล่าสุดจะเห็นว่ากองทุนประกันสังคมมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 โดยเพิ่มขึ้นดังนี้
เงินลงทุนสะสมรวม: เพิ่มขึ้นจาก 2.65 ล้านล้านบาท เป็น 2.85 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 2.9 ล้านล้านบาท
ส่วนผลตอบแทนที่รับรู้ ปี 2567 ทำได้ 71,960 ล้านบาท แต่ปี 2568 ทำได้สูงถึง 80,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 8,040 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นประมาณ 11%
อัตราผลตอบแทน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6.1% ของพอร์ตการลงทุน โดยพบว่ากองทุนประกันสังคมมีการปรับกลยุทธ์ มีการขยับสัดส่วนไปลงทุนใน หลักทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น จาก 28.42% เป็น 30.99% และเพิ่มสัดส่วน การลงทุนต่างประเทศ จาก 32.26% เป็น 39.53% เพื่อหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น
ปฏิรูปประกันสังคมคือทางรอด?
ผศ.ดร.ธร ปีติดล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่ารากของปัญหาใน “ประกันสังคม” คือการถูกระบบระเบียบราชการครอบไว้ ซึ่งส่งผลต่อความเป็นอิสระในการบริหาร และทำให้การทำงานไม่เป็นไปตามบทบาทที่ควรจะเป็น
การแยก สปส. ออกมาให้มีความเป็นอิสระจากระบบราชการ จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดความโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้ประกันตนมากกว่า
การปฏิรูปกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ จึงอาจไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่อาจเป็นทางรอดของกองทุน เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และดึงดูดมืออาชีพมาบริหาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสูง รองรับวิกฤตสังคมสูงวัย
ขณะเดียวกันยังเป็นการสร้าง เกราะป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนให้มั่นคงและยั่งยืนต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
