ไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” แรงไม่หยุด จ่อขึ้นซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 อาจติดโผพายุแรงสุดในประวัติการณ์

พายุไต้ฝุ่น "ดอลฟิน" ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ทวีกำลังอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง จนล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ได้ยกระดับเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 แล้ว ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า พายุมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็น "ซูเปอร์ไต้ฝุ่น" ระดับ 5 ภายในวันพุธที่ 29 ก.ค.นี้ และอาจกลายเป็นหนึ่งในพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
ข้อมูลจากศูนย์ติดตามพายุระบุว่า พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ด้านนักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า พายุ “ดอลฟิน” ได้เปลี่ยนจากพายุโซนร้อนที่มีความเร็วลมเพียง 60 นอต มาเป็นไต้ฝุ่นระดับ 3 ภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง ก่อนจะพัฒนาต่อเป็นระดับ 4 ในวันเดียวกัน ถือเป็นการทวีกำลังที่รวดเร็วผิดปกติ และอาจยังประเมินความรุนแรงต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากแบบจำลองหลายชุดประเมินว่าความเร็วลมของพายุอาจสูงกว่าค่าที่รายงาน
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่า ดอลฟินมี "ตาพายุขนาดเล็กมาก" หรือ Pinhole Eye ซึ่งเป็นลักษณะที่มักพบในพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงสูง รอบดวงตาพายุถูกล้อมด้วยกลุ่มเมฆหนาทึบที่มียอดเมฆเย็นจัด ขณะที่เครื่องตรวจจับฟ้าผ่าบนดาวเทียม GOES-18 ตรวจพบฟ้าผ่าจำนวนมากบริเวณกำแพงตาพายุ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าพายุกำลังเพิ่มกำลังอย่างรวดเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ขณะนี้แทบไม่มีปัจจัยใดขัดขวางการทวีกำลังของดอลฟินแล้ว หลังแรงเฉือนลมในระดับกลางของบรรยากาศอ่อนกำลังลง ประกอบกับบริเวณที่พายุเคลื่อนตัวผ่านมีความชื้นในอากาศสูง อุณหภูมิผิวน้ำทะเลอบอุ่น และมีปริมาณพลังงานความร้อนสะสมในมหาสมุทร (Ocean Heat Content) อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งล้วนเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเพิ่มความรุนแรงของพายุ
แบบจำลองพยากรณ์ส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ตรงกันว่า “ดอลฟิน” จะพัฒนาเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นภายในวันพุธที่ 29 ก.ค. และมีแนวโน้มแตะระดับ 5 ภายในคืนวันพุธหรือต้นวันพฤหัสบดี ก่อนจะมีความรุนแรงสูงสุดในวันศุกร์ แม้ว่าหลังจากนั้นพายุอาจเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนกำแพงตาพายุ (Eyewall Replacement Cycle) ซึ่งมักทำให้ความเร็วลมลดลงชั่วคราว แต่พายุมีแนวโน้มจะยังคงรักษาระดับความรุนแรงไว้ได้ พร้อมกับขยายขนาดของวงลมให้กว้างขึ้น
นอกจากนี้ แบบจำลองพยากรณ์หลายชุด โดยเฉพาะแบบจำลองของศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป (ECMWF) ยังประเมินว่า ความกดอากาศที่ศูนย์กลางของดอลฟินอาจลดต่ำกว่า 890 เฮกโตปาสคาล ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้ดอลฟินเป็นหนึ่งในพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในมหาสมุทรแปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม ในระยะนี้พายุดอลฟินยังไม่เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อพื้นที่แผ่นดิน โดยยังไม่มีการประกาศเฝ้าระวังหรือเตือนภัยชายฝั่งในประเทศใด แต่พายุอาจก่อให้เกิดคลื่นลมแรงและคลื่นซัดฝั่งบริเวณเกาะเวก (Wake Island) ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และอาจส่งผลกระทบต่อเกาะมินามิโทริชิมะของญี่ปุ่นในช่วงปลายสัปดาห์ หากพายุยังคงเคลื่อนตัวตามเส้นทางที่คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของพายุดอลฟินอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีแนวโน้มเพิ่มกำลังต่อเนื่อง และอาจสร้างสถิติความรุนแรงใหม่ของพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก หากสภาพแวดล้อมยังเอื้ออำนวยเช่นในปัจจุบัน และพายุ “ดอลฟิน” ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของประเทศไทย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
