ครม.สัญจรสงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย. ดันน้ำ-เศรษฐกิจ-ชายแดนใต้

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม-1 กันยายน 2569 เป็นอีกกลไกสำคัญของรัฐบาลในการนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเข้าสู่การพิจารณาระดับนโยบาย โดยครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจชายแดน การท่องเที่ยว เกษตรกรรม ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตควบคู่กับความมั่นคง
พื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ภายใต้กรอบการพัฒนา 4 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และเกษตรกรรม พร้อมรับฟังข้อเสนอด้านการรับมือภัยพิบัติซึ่งเป็นอีกวาระสำคัญของพื้นที่
ข้อมูลข้อเสนอที่เตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณามีหลายชุด โดยมีชุดโครงการรวม 199 โครงการ วงเงินเบื้องต้นกว่า 57,000 ล้านบาท ขณะที่ข้อเสนอจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้มี 96 โครงการ วงเงิน 13,089 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งสองเป็นข้อมูลคนละชุด จึงต้องติดตามผลการประชุมว่าโครงการใดได้รับการอนุมัติ รับทราบ หรือเข้าสู่ขั้นตอนกลั่นกรองเพิ่มเติม
น้ำท่วมหาดใหญ่ วาระสำคัญก่อนเข้าที่ประชุม ครม.
หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีการลงพื้นที่บริเวณ ประตูน้ำหน้าควน คลองภูมินาถดำริ รับฟังข้อมูลจากสำนักงานชลประทานที่ 16 รวมถึงพบปะประชาชน เพื่อนำข้อมูลจากพื้นที่ประกอบการกำหนดแนวทางระดับนโยบาย
ข้อเสนอด้านน้ำไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหาดใหญ่ แต่กระจายไปหลายจังหวัด เช่น สงขลามีโครงการสะพานหลังวัดคลองแหและระบบป้องกันตลิ่งริมคลองบางดาน ปัตตานีมีข้อเสนอขุดลอกร่องน้ำชายฝั่งและยกระดับระบบจัดการน้ำ ยะลาเสนอขุดลอกบึงแบเมาะ ขณะที่นราธิวาสมีแนวทางพัฒนาแก้มลิงเพื่อรองรับการระบายน้ำในเขตเมือง
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอโครงการ สถานีสูบน้ำดิบและระบบท่อส่งน้ำในจังหวัดปัตตานี วงเงิน 993 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนพื้นที่เมืองต้นแบบ
หัวใจของการดำเนินงานหลังจากนี้อยู่ที่การเชื่อมโครงการแต่ละพื้นที่เข้ากับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงระบบระบายน้ำในเมือง ข้อมูลทางน้ำ ผังเมือง ระบบเตือนภัย และการบำรุงรักษา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในระยะยาว
เร่งโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง
ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการค้า การท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจชายแดน ผ่านการลงทุนทั้งโครงการขนาดใหญ่และโครงการระดับพื้นที่
หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญคือการร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามสัญญา โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวทาง Green Transport ของกรมทางหลวงชนบท เพื่อยกระดับการเดินทางและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคใต้
จังหวัดสงขลายังเดินหน้าผลักดันย่านเมืองเก่า ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยว อาหารท้องถิ่น สินค้า OTOP และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากอัตลักษณ์ของพื้นที่
ส่วนข้อเสนอของกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ มีโครงการลงทุนสำคัญ อาทิ ถนนประตูสู่จังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดปัตตานี วงเงิน 5,290 ล้านบาท โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเบตงโดยเสนอขยายทางวิ่งจาก 1,800 เมตร เป็น 2,500 เมตร วงเงิน 2,140 ล้านบาท และโครงการพัฒนาศักยภาพด่านพรมแดนเบตง วงเงิน 800 ล้านบาท
การลงทุนเหล่านี้มีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการเดินทาง การค้าและการท่องเที่ยว โดยหลังการประชุมต้องติดตามรายละเอียดด้านกรอบเวลา แหล่งงบประมาณ และมาตรการเชื่อมประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานไปยัง SME เกษตรกร ประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และแรงงานในพื้นที่
พัฒนาชายแดนใต้ เดินคู่ความมั่นคงและคุณภาพชีวิต
อีกหนึ่งกรอบสำคัญของ ครม.สัญจรครั้งนี้ คือการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคง โดยเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อนำความต้องการของพื้นที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐบาล
แนวทางการพัฒนาครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานชุมชน พื้นที่สาธารณะ กีฬา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การสร้างงาน และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการภาครัฐ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเชื่อมั่นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมี โครงการเร่งด่วน 41 โครงการ วงเงิน 1,598 ล้านบาท ที่ต้องติดตามหลังการประชุมว่าจะมีโครงการใดได้รับไฟเขียว หน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพ และสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเวลาใด
จับตาผลประชุม 1 ก.ย. แยกชัด “รับทราบ-อนุมัติ”
หลังการประชุม ครม. วันที่ 1 กันยายน 2569 ประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบสถานะของแต่ละโครงการอย่างชัดเจน เนื่องจากการเสนอเข้าสู่ที่ประชุม การรับทราบ และการอนุมัติงบประมาณมีขั้นตอนและผลทางปฏิบัติแตกต่างกัน
จึงต้องติดตามว่าโครงการใดได้รับอนุมัติจริง วงเงินเท่าใด ใช้งบประมาณจากแหล่งใด และมีกรอบดำเนินงานเมื่อใด รวมถึงโครงการบริหารจัดการน้ำในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงจะถูกเชื่อมเข้าสู่แผนบริหารจัดการลุ่มน้ำในภาพรวมอย่างไร
สำหรับแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอำเภอจะนะ ข้อมูลที่นำเสนอระบุว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะยังไม่ได้เสนอเข้าสู่การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการจัดทำแผนแม่บทและการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ยังไม่แล้วเสร็จ
ครม.สัญจรสงขลาครั้งนี้จึงเป็นช่วงสำคัญของการจัดลำดับโครงการพัฒนาภาคใต้ตอนล่าง โดยผลการประชุมวันที่ 1 กันยายน จะทำให้เห็นชัดขึ้นว่าโครงการใดพร้อมเดินหน้า และรัฐบาลจะวางกรอบการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาน้ำ เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจและคมนาคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
