สส.อนุกูล เดินหน้าแก้มลพิษคลองหอยโข่ง ย้ำโรงงาน-ชุมชนต้องอยู่ร่วมกัน

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ส.ส.สงขลา เขต 6 เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามปัญหาในพื้นที่คลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โดยระบุว่า ยังคงเดินหน้าประสานและติดตามการแก้ไขปัญหามลพิษอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกลิ่น น้ำเสีย ฝุ่นควัน ขยะตกค้าง และประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการตามกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายอนุกูลระบุว่า แนวทางดำเนินงานมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการกำกับดูแลผู้ประกอบการให้ดำเนินกิจการตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา
หนึ่งในกฎหมายหลักคือ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการควบคุมการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอย รวมถึงการจัดการ “เหตุรำคาญ” เช่น กลิ่น น้ำเสีย ฝุ่น และขยะสะสมที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ตลอดจนการควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและการออกใบอนุญาตตามข้อบัญญัติท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมี พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ระบบบำบัดอากาศเสีย น้ำเสีย และการกำจัดของเสีย โดยเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษมีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบและสั่งให้แก้ไขหรือปรับปรุงระบบที่เกี่ยวข้อง
ส่วน พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ขณะที่ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดหน้าที่ของ อบต. ในการคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายอนุกูลยังกล่าวถึง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งกำหนดความผิดกรณีเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต โดยย้ำว่าการกล่าวหาบุคคลใดจะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนรองรับ
ย้ำเป้าหมายไม่ใช่ “ปิดโรงงาน”
นายอนุกูลระบุว่า การติดตามปัญหาคลองหอยโข่งดำเนินมาตั้งแต่ก่อนช่วงหาเสียง และต่อเนื่องภายหลังเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. โดยมีเป้าหมายไม่ใช่การปิดโรงงาน แต่ต้องการให้สถานประกอบการสามารถดำเนินกิจการได้ หากปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน
ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่ต้องสามารถดำรงชีวิตได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากมลพิษและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ส่วนหน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ภายใต้แนวทาง “อุตสาหกรรมอยู่ได้ ชุมชนอยู่ดี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน”
สำหรับการแบ่งหน้าที่ นายอนุกูลระบุว่า อบต. มีบทบาทรับเรื่อง ตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับเหตุรำคาญ รวมถึงกำกับผู้ประกอบการตามใบอนุญาตและข้อบัญญัติท้องถิ่น ขณะที่ นายอำเภอ ทำหน้าที่กำกับดูแลและบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่
ด้าน อุตสาหกรรมจังหวัดและกรมโรงงานอุตสาหกรรม รับผิดชอบตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงาน ส่วน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 มีภารกิจตรวจสอบคุณภาพน้ำ อากาศ กลิ่น ฝุ่น และมลพิษตามอำนาจหน้าที่ และ สาธารณสุขอำเภอ ทำหน้าที่เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ พร้อมสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ
ประชาชนและชุมชนสามารถมีส่วนร่วมด้วยการแจ้งข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง ร่วมตรวจสอบ และติดตามความคืบหน้า เพื่อคุ้มครองสิทธิและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
ผลักดัน “คลองหอยโข่งโมเดล”
นายอนุกูลระบุว่า แนวทางที่เรียกว่า “คลองหอยโข่งโมเดล” จะยึดหลัก “รับฟังจริง ตรวจจริง กำหนดเวลา เปิดเผยผล และใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม” โดยการดำเนินการต้องมีกรอบเวลาที่เหมาะสม มีเส้นตายในการแก้ไข และเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าต่อประชาชนอย่างสม่ำเสมอ
ประชาชนที่พบปัญหาสามารถแจ้งข้อมูลหรือร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ อบต. รวมถึง LINE OA : @khlonghoi.khong หรือยื่นหนังสือด้วยตนเองที่ อบต. และที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ข้อมูลเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนคลองหอยโข่งในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
