รีเซต

จับตากกต. ยื่นศาลฎีกา 28 ผู้สมัครสส.ขาดคุณสมบัติ - ตัดสิทธิ 20 ปี

จับตากกต. ยื่นศาลฎีกา 28 ผู้สมัครสส.ขาดคุณสมบัติ - ตัดสิทธิ 20 ปี
TNN ช่อง16
4 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:35 )
11

มติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.จากพรรคการเมืองต่าง ๆ  28 คน หลังตรวจสอบพบว่า เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งเหตุแห่งการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 35 (2) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานฯ เร่งยกร่างคำวินิจฉัย ก่อนที่จะให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ต่อไป

ขณะที่  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ  เข้ายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลปกครองกลาง  ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และสั่งให้ กกต. ส่งเรื่องการจัดทำประชามติคืนให้รัฐสภา เพื่อแก้ไขมติให้ถูกต้องตรงกับคำบังคับในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ   โดยผ่านทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งมีคำขอให้ศาลกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา โดยมีคำสั่งให้ กกต. ระงับการจัดทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไว้ทั้งหมดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ หากศาลฯ มีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันวันเลือกตั้ง จะยังคงถือว่าทั้ง 28 คน เป็นผู้สมัคร สส. ซึ่งถ้าได้รับเลือกตั้งมา กกต.ก็จะไม่ประกาศรับรองผล และ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

พร้อมกันนี้ กกต.เตรียมพิจารณาเอาผิดผู้สมัครฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิสมัคร แต่ยังลงสมัครตามมาตรา 151 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 20 ปี ขณะที่ หัวหน้าพรรคต้องรับผิดชอบด้วย  ในฐานะผู้ที่ลงนามรับรองการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งตามมาตรา 56 ของ พ.ร.ปว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มีโทษตามมาตรา 120 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 5 ปี

ทั้งนี้ นายเรืองไกร ระบุเหตุผลของการยื่นฟ้องคดี  ว่าจากที่ได้ตรวจดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  เกี่ยวกับการจะแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เห็นว่ารัฐสภาจะต้องลงมติเห็นชอบในการตั้งคำถามประชามติ โดยใช้คำว่าเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ แต่มติของรัฐสภาตามหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด่วนที่สุด ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2568 เรื่องการออกเสียงประชามติครั้งที่หนึ่ง เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พบในหนังสือดังกล่าวระบุว่า

 โดยที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตติด่วนทั้ง 5 ฉบับ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วยไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยใช้ประเด็นคำถามตามญัตติด่วนของนายชูศักดิ์ ศิรินิล เป็นผู้เสนอ ในประเด็นคำถามว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

จึงเห็นได้ชัดว่า มติของรัฐสภาใช้คำว่าเห็นด้วย ไม่ได้ใช้คำว่าเห็นชอบ จึงไม่เป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และไม่มีการแก้มติดังกล่าวแต่อย่างใด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง