อดีตทูตอังกฤษประจำสหรัฐฯ ปฏิเสธไม่เคยเห็นผู้หญิง โยงคดีทางเพศ “เอปสตีน”

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังถูกปลดจากตำแหน่งเอกอัครราชทูต เนื่องจากมีอีเมลแสดงความสนับสนุนเอปสตีนภายหลังอีกฝ่ายถูกตัดสินคดีชักชวนค้าประเวณีผู้เยาว์ แมนเดลสันกล่าวว่า เขาเชื่อว่าตน “ถูกแยกออกจากด้านชีวิตทางเพศ” ของเอปสตีน ส่วนหนึ่งเพราะตนเป็นเกย์ พร้อมระบุว่า ผู้ที่เขาเคยเห็นในทรัพย์สินของเอปสตีนมีเพียง “แม่บ้านวัยกลางคน”
แมนเดลสันกล่าวว่า หากเขามีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความผิด เขาย่อมจะขอโทษ แต่ยืนยันว่าไม่เคยเป็นเช่นนั้น โดยให้สัมภาษณ์ในรายการ Sunday with Laura Kuenssberg ทาง BBC One ว่า เขาต้องการขอโทษเหยื่อ “ต่อระบบที่ไม่รับฟังเสียงของพวกเธอและไม่คุ้มครองอย่างที่ควร” พร้อมย้ำว่าระบบดังกล่าวกลับให้การคุ้มครองเอปสตีนแทนเหยื่อ และกล่าวด้วยความเสียใจว่า ผู้หญิงที่ไร้อำนาจและถูกปิดปากไม่ได้รับการปกป้องตามสิทธิที่ควรมี
เอปสตีน นักการเงินผู้มีเครือข่ายกว้างขวาง เสียชีวิตในเรือนจำรัฐนิวยอร์กปี 2019 ระหว่างรอการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ทางเพศ หลังเคยถูกตัดสินในปี 2008 ฐานชักชวนค้าประเวณีผู้เยาว์และถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้กระทำผิดทางเพศ
แมนเดลสันยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ยาวนานกับเอปสตีน โดยยืนยันว่า ระหว่างการไปพักค้างคืนหนึ่งถึงสองคืนบนเกาะส่วนตัวของเอปสตีน รวมถึงการเยือนบ้านในนิวยอร์กและนิวเม็กซิโก เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวหรือเด็กหญิง และระบุว่าในครั้งที่ไปเกาะนั้น “เอปสตีนไม่ได้อยู่ด้วย”
นอกจากนี้ แมนเดลสันยังให้ความเห็นต่อถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้อง “เป็นเจ้าของ” กรีนแลนด์ โดยกล่าวว่า แม้จะชื่นชมความตรงไปตรงมาของทรัมป์ แต่ไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะใช้กำลังยึดกรีนแลนด์ พร้อมประเมินว่า ผู้นำสหรัฐฯ มีทีมที่ปรึกษาเตือนถึงผลเสียต่อผลประโยชน์แห่งชาติ หากมีการแทรกแซงด้วยกำลัง และชี้ว่าความมั่นคงในอาร์กติกจำเป็นต้องรับมือจีนและรัสเซีย โดยสหรัฐฯ น่าจะเป็นผู้มีบทบาทนำในการรักษาความมั่นคงดังกล่าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
