รีเซต

ถอดรหัส “Google” กับสมรภูมิ “Search engine” เมื่อ AI ปฏิวัติการค้นหาของมนุษย์

ถอดรหัส “Google” กับสมรภูมิ “Search engine” เมื่อ AI ปฏิวัติการค้นหาของมนุษย์
TNN ช่อง16
27 พฤษภาคม 2569 ( 12:46 )

Google ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปี ให้กับแถบค้นหาของ Google ที่เปรียบเสมือนประตูบานแรกสู่โลกอินเทอร์เน็ต ด้วยการยกเครื่องแถบค้นหาใหม่ทั้งหมดด้วย AI ซึ่งนอกจากจะพลิกโฉมวิธีการเข้าถึงข้อมูลของผู้คนแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อหลากหลายอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังยอดเข้าชม (Traffic) จากระบบค้นหาเดิม

ชนวนเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยสำนักข่าว CNN รายงานความเห็นของผู้เชี่ยวชาญว่า ปัจจุบันคนเราเริ่มใช้คำค้นหาที่ยาวและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น แทนการใช้คีย์เวิร์ดสั้น ๆ แบบเดิม และเริ่มหันไปเปิดฉากค้นหาบนแอปพลิเคชันอย่าง ChatGPT มากขึ้น และใช้ AI ในการเปรียบเทียบและซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นด้วย

สอดคล้องกับข้อมูลจาก เซมรัช (Semrush) บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มการตลาดดิจิทัล ที่พบว่า การค้นหาที่มีความยาวตั้งแต่ 11 คำขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.37 และคำถามในลักษณะการสนทนาพุ่งสูงจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 20 เนื่องจากผู้ใช้งานเริ่มมีความคุ้นเคยกับการพิมพ์โต้ตอบในลักษณะเดียวกับการคุยกับ Chatbot อย่าง ChatGPT

ในงานประชุมประจำปี Google I/O 2026 ที่ผ่านมา Google จึงได้แก้เกมด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ทำให้ระบบค้นหาอัจฉริยะนี้สามารถรวบรวมข้อมูลจากทั่วทั้งเว็บ เพื่อสร้างภาพกราฟิก เว็บไซต์โต้ตอบ หรือแม้กระทั่งมินิแอปพลิเคชันขึ้นมาตอบสนองผู้ใช้บนหน้าจอได้ทันที

นอกจากนี้ ระบบค้นหาโมเดลใหม่ยังทลายขีดจำกัดเดิม ๆ โดยรองรับการค้นหาที่หลากหลาย (Multimodal) ผู้ใช้สามารถอัปโหลดได้ทั้งรูปภาพ ไฟล์ วิดีโอ หรือแม้กระทั่งการดึงข้อมูลจากแท็บของเบราว์เซอร์ Chrome มาใช้เป็นบริบทในการค้นหาได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม การขยับตัวครั้งนี้กำลังสร้างความกังวลให้แก่สำนักข่าวและธุรกิจขนาดเล็กอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อ AI สามารถสรุปคำตอบให้เบ็ดเสร็จบนหน้าแรก ยอดทราฟฟิกที่จะคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ต่าง ๆ จึงมีแนวโน้มลดลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งกระทบต่อรายได้และโครงสร้างธุรกิจเว็บดั้งเดิมโดยตรง

ยิ่งไปกว่านั้น Google ยังส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่มนุษย์สั่งให้ AI ไปค้นหาข้อมูลแทน ด้วยการเปิดตัว AI Agent ในชื่อ Gemini Spark ที่สามารถทำงานเบื้องหลังได้ตลอดเวลาแม้ปิดหน้าจอ ก็ต้องจับตากันต่อไปว่า ระบบนิเวศอินเทอร์เน็ตและโมเดลธุรกิจโฆษณาในอนาคตจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างไรต่อจากนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง