'ไบเดน' เผยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 'รับมือโควิด-19'

'ไบเดน' เผยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 'รับมือโควิด-19'
Xinhua Thai
22 มกราคม 2564 ( 13:04 )
25
'ไบเดน' เผยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 'รับมือโควิด-19'

วอชิงตัน, 22 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในห้วงยามสหรัฐฯ ยังคงครองสถิติยอดผู้ป่วยสะสมและผู้ป่วยเสียชีวิตพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

 

"แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติของเรามีความครอบคลุม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาตร์ ไม่ใช่การเมือง มันตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การปฏิเสธความจริง และมีความละเอียดลออ" ไบเดนกล่าวในวันแรกของการทำงานที่ทำเนียบขาวไบเดนลงนามคำสั่งประธานาธิบดีหลายฉบับ ซึ่งประกอบด้วยการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือโรคระบาด การคุ้มครองชีวิตแรงงานสาธารณสุข การรับมือโรคระบาดอย่างเท่าเทียม การส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัย และการขยายการรักษาโรคโควิด-19"เราไม่ได้เผชิญวิกฤตครั้งนี้เพียงชั่วข้ามคืน มันจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ผมขอพูดอย่างชัดเจนว่าเราจะรอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้" ไบเดนกล่าวการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เป็นพันธกิจสำคัญของไบเดนในวันแรกที่เข้าทำงาน หลังร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ในวันพุธ (20 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมเกิน 24 ล้านราย และผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 400,000 รายสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก ยังคงเป็นประเทศที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 หนักที่สุด โดยยอดผู้ป่วยสะสมของสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 25 ของยอดผู้ป่วยทั้งหมดทั่วโลก และยอดผู้ป่วยเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลกเมื่อวันพุธ (20 ม.ค.) สหรัฐฯ ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เสียชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,383 ราย และปัจจุบันมีผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยราว 194,000 รายต่อวัน และผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเฉลี่ย 3,000 รายต่อวันคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่าการขาดแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้รัฐและเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้ต่อสู้กับโรคระบาดเพียงลำพัง ขณะการแบ่งขั้วทางการเมืองและการปฏิเสธหลักวิทยาศาสตร์ได้ขัดขวางการควบคุมโรคระบาดแผนยุทธศาสตร์ของไบเดนเริ่มด้วยโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ระดับชาติ ซึ่งตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส (สัดส่วน 2 โดสต่อคน) ภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศคนใหม่ไบเดนกล่าวว่าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ เป็น "ความผิดพลาดอันน่าหดหู่" ขณะยอดผู้ป่วยเสียชีวิตภายในประเทศอาจแตะ 500,000 ราย ในเดือนกุมภาพันธ์ และยอดผู้ป่วยสะสมจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์วางแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ชาวอเมริกัน 20 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2020 แต่มีวัคซีนถูกฉีดเพียง 12.28 ล้านโดส เมื่อนับถึงวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมาดร. แอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาด้านโรคโควิด-19 คนสำคัญของไบเดน เผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) ว่าอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ จะอยู่ที่หนึ่งล้านโดสต่อวันในเร็วๆ นี้"สถานการณ์จะยังคงแย่ลงต่อไปก่อนที่จะดีขึ้น" ไบเดนกล่าว หลังจากลงนามคำสั่งประธานาธิบดีชุดหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการ "ชักชวนสวมหน้ากากอนามัย 100 วัน" โดยคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้ลูกจ้างของรัฐบาลและบรรดาผู้รับเหมาสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางกายภาพภายในบริเวณอาคารและที่ดินของรัฐบาลทั้งหมดหลังจากหนึ่งปีที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 การสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลายเป็นประเด็นที่ชาวอเมริกันมีความเห็นแตกต่างกันทั้งนี้ เมื่อนับถึงวันที่ 19 ม.ค. มี 37 รัฐในสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับเขตปกครองพิเศษโคลัมเบียและเปอร์โตริโก

 

(แฟ้มภาพซินหัว : แรงงานดูแลสุขภาพเข็นเตียงผู้ป่วยขึ้นรถพยาบาลนอกโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 18 ม.ค. 2021)

 

(แฟ้มภาพซินหัว : แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของสหรัฐฯ ชี้แจงข้อมูลต่อคณะกรรมการวุฒิสภาด้านสาธารณสุข การศึกษา แรงงาน และบำนาญ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันที่ 23 ก.ย. 2020)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง