รีเซต

AOTGAบริการสุวรรณภูมิ IIIพร้อมดึงศักยภาพขนส่ง

AOTGAบริการสุวรรณภูมิ  IIIพร้อมดึงศักยภาพขนส่ง
ทันหุ้น
9 ตุลาคม 2569 ( 08:00 )
2

#III #AOTGA  #ทันหุ้น -  AOTGA เซ็นให้บริการภาคพื้นแล้ว เตรียมบริการสุวรรณภูมิภายในเดือนธันวาคมนี้รองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารช่วงไฮซีซัน เดินหน้าสร้างคลังสินค้าทางอากาศแห่งใหม่ใน 18 เดือน พร้อมใช้ AI และ Robotics ด้าน III พร้อมนำศักยภาพด้านขนส่งและเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน กูรูคาด AOTGA หนุน III เป้า  7.40 บาท

นายทิพย์  ดาลาล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III เปิดเผยว่า บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOT Ground Aviation Services : AOTGA) ซึ่ง III เข้าร่วมถือหุ้นและมีส่วนร่วมในการบริหาร ได้ลงนามสัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อให้บริการภาคพื้น (Ground Handling) และบริหารคลังสินค้า (Cargo Handling) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี

โดยส่วนงานบริการภาคพื้น AOTGA จะเริ่มเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ และบุคลากรหลังลงนามสัญญาคาดว่าจะเริ่มให้บริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ภายในเดือนธันวาคม 2569 นี้ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาล่องเที่ยวโดย AOT กำหนดตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI) ทั้งด้านความตรงต่อเวลา คุณภาพบริการ ความพร้อมของอุปกรณ์และบุคลากร รวมถึงกำหนดบทลงโทษและค่าปรับ หากไม่ผ่านมาตรฐานสามารถยกเลิกสัญญาได้

“จุดแข็งของ AOTGA คือมีประสบการณ์ให้บริการภาคพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมืองและภูเก็ตอยู่แล้ว และเมื่อได้สิทธิให้บริการที่สุวรรณภูมิจะสามารถรองรับสายการบินที่มีเที่ยวบินหลายสนามบินได้ครบทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต จึงมีโอกาสขยายฐานลูกค้าจากสายการบินที่ใช้บริการอยู่เดิม รวมถึงสายการบินที่ต้องการผู้ให้บริการรายเดียวรองรับการปฏิบัติการหลายสนามบิน”

เร่งผุดคลังสินค้าอัจฉริยะ

 ด้านธุรกิจคลังสินค้า AOTGA มีแผนก่อสร้างคลังสินค้าทางอากาศแห่งใหม่ที่สุวรรณภูมิ คาดใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 18 เดือนก่อนเปิดให้บริการ โดยมุ่งรองรับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วและมีมูลค่าสูง เช่น สินค้าเกษตร ผักผลไม้ อาหารสดและแช่แข็ง ชิปคอมพิวเตอร์และชิป AI สมาร์ทโฟน สินค้าแฟชั่น และสินค้ามูลค่าสูง พร้อมต่อยอดบริการบรรจุภัณฑ์และบริหารคลังสินค้า

เชื่อมโยง 3 สนามบิน

นายทิพย์ กล่าวว่า III จะนำศักยภาพด้านการขนส่งและความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน AOTGA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและต่อยอดธุรกิจคาร์โก้ โดยสามารถเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ตผ่านระบบขนส่งทางรถ (Airport Truck Link) รองรับการโยกย้ายสินค้าไปยังสนามบินที่เหมาะสมกับเที่ยวบิน รวมถึงเพิ่มโอกาสรับสินค้าทรานซิตจากจีนตอนใต้และยุโรป เพื่อขนส่งต่อไปยังประเทศที่ 3

นอกจากนี้ AOTGA มีแผนนำเทคโนโลยี AI และ Robotics มาใช้ในคลังสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและรองรับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ การขนส่งด่วน (Express) และการขนส่งด่วนพิเศษ (Super Express) สอดคล้องกับเป้าหมายของ III ในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจร และผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ขนส่งทางอากาศครบวงจร

 บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ III มีระบบธุรกิจขนส่งทางอากาศที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งบริการภาคพื้น คลังสินค้าทางอากาศ รถขนส่งเชื่อมโยง 3 สนามบิน และธุรกิจตัวแทนสายการบิน ทำให้สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้ครบวงจร ขณะที่ตลาดขนส่งทางอากาศในเอเชียมีสัดส่วนราว 36% ของตลาดโลกและยังมีโอกาสเติบโต III จึงเตรียมขยายกำลังรองรับทั้งฝั่งอุปทานผ่านธุรกิจ Cargo Airline และฝั่งอุปสงค์ผ่าน AOTGA เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะยาว

 สำหรับ Cargo Airline บริษัทมีแผนเช่าเครื่องบินเพื่อขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยลดภาระการถือครองสินทรัพย์และเพิ่มความยืดหยุ่นในการเลือกเส้นทางบิน สามารถเจาะเส้นทางที่มีความต้องการสูง เพิ่มความจุขนส่ง และรองรับสินค้าขนาดใหญ่ โดยคาดว่าเครื่องบิน 1 ลำที่จะเริ่มดำเนินงานในครึ่งหลังปี 2570 จะสร้างรายได้ราว 536 ล้านบาทในปี 2570 และกำไรปกติราว 21 ล้านบาท พร้อมมีโอกาสเพิ่มจำนวนเครื่องบินในอนาคต โดยคาดสร้างรายได้ระยะยาวราว 1,000 ล้านบาทต่อลำต่อปี

 ขณะที่ AOTGA จะช่วยรองรับการเติบโตของปริมาณเที่ยวบินและการพัฒนาสุวรรณภูมิสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค เบื้องต้นคาด AOTGA จะเพิ่มส่วนแบ่งกำไรให้ III ราว 18 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2570 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว โดยคาดส่วนแบ่งกำไรแตะ 337 ล้านบาทในปี 2579 สะท้อนโอกาสขยายธุรกิจใหม่ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าจากห่วงโซ่อุปทานของ III จึงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 471 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY และเติบโตต่อเนื่อง 10% YoY แตะ 499 ล้านบาทในปี 2570 ขณะที่ราคาหุ้น (Valuation) ยังถูกกว่ากลุ่ม และยังไม่สะท้อน Upside ใหม่ของบริษัท พร้อมกับคาดการณ์ Div. Yeld ที่ราว 6% ต่อปีจึงมองว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจ คงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่เพิ่มราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ที่ 7.40 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง