รีเซต

“อนุทิน” แถลงนโยบายรัฐบาล ย้ำ 3 หลักบริหาร รับมือวิกฤตโลก-พลังงานผันผวน

“อนุทิน” แถลงนโยบายรัฐบาล ย้ำ 3 หลักบริหาร รับมือวิกฤตโลก-พลังงานผันผวน
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 09:46 )

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 โดยระบุว่า ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 รัฐบาลได้จัดทำนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินแล้วเสร็จ

นโยบายดังกล่าวยึดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทั้งในหมวดหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐ รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อใช้เป็นกรอบในการขับเคลื่อนประเทศ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลยึดหลักสำคัญ 3 ประการในการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ การพิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และการยึดหลักนิติธรรม ควบคู่กับการบริหารงานอย่างโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชน

นายอนุทินกล่าวต่อรัฐสภาว่า การเข้ามาบริหารประเทศครั้งนี้อยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อระบบพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีความผันผวนสูง

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้า และการจัดหาพลังงานของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้แน่ชัดว่าจะยุติเมื่อใด

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบในหลายด้าน ทั้งการดูแลคนไทยในต่างประเทศผ่านการยกระดับบริการกงสุล การบริหารจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอ และการดูแลปัจจัยการผลิตสำคัญในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน เช่น ปุ๋ยเคมี วัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการบริหารราคาพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในประเทศ รวมถึงรณรงค์มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานภาครัฐ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า เมื่อรัฐบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ จะเร่งดำเนินนโยบายที่ได้ให้ไว้กับประชาชน โดยยึดกรอบวินัยการเงินการคลังเป็นหลัก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณ และเร่งดำเนินการโอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อให้สามารถนำทรัพยากรไปใช้แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงหารือกับภาคเอกชนในการวางแผนการนำเข้าและส่งออก เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลก

ในอีกด้าน รัฐบาลมองว่าวิกฤตโลกครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน โดยจะผลักดันให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาค และขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เพื่อเสริมบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร

นายอนุทินยังระบุถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน การเข้าสู่สังคมสูงวัย ผลิตภาพแรงงานที่ลดลง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงภัยคุกคามใหม่จากเทคโนโลยีดิจิทัลและอาชญากรรมไซเบอร์

รัฐบาลจึงตั้งเป้าปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐใหม่ เป็นระบบบูรณาการแบบ “กลุ่มยุทธศาสตร์” เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำงานร่วมกันบนเป้าหมายเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

ในมิติด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเริ่มต้นและเติบโตได้ ผ่านการแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จ การลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน

พร้อมกันนี้ ยังมีการผลักดันโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่กับการยกระดับทักษะดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงานไทยในระยะยาว

รัฐบาลยังเดินหน้าสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องมือทางธุรกิจ เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนและขยายตลาด รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลภาครัฐให้เชื่อมโยงกัน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินนโยบายควบคู่ทั้งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและการปรับโครงสร้างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างยืดหยุ่น และเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง