รีเซต

สรุปภารกิจ “อนุทิน” เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์วันแรก เดินหน้าดึงลงทุน - แก้แรงงาน

สรุปภารกิจ “อนุทิน” เยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์วันแรก เดินหน้าดึงลงทุน - แก้แรงงาน
TNN ช่อง16
18 สิงหาคม 2569 ( 18:58 )
11

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี  เปิดภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันแรก เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย พบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย พร้อมพบปะนักลงทุนกว่า 70 บริษัท ชูศักยภาพไทยเป็นจุดหมายการลงทุน เผยยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมหารือเปิดทางส่งออก Jet Fuel และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนเชฟ-แรงงานฝีมือไทยในออสเตรเลีย

วันแรกของภารกิจ “อนุทิน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเดินทางเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันแรกว่า ภารกิจสำคัญมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการลงทุน และการรับฟังปัญหาจากภาคธุรกิจไทยในออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับผู้บริหาร Canva Pty. Ltd. บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารด้วยภาพระดับโลก พร้อมกล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” ภายใต้หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ

งานดังกล่าวมีผู้แทนจากภาคเอกชนไทยและออสเตรเลียเข้าร่วมกว่า 70 บริษัท สะท้อนความสนใจของภาคธุรกิจต่อโอกาสในการขยายความร่วมมือและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังลงพื้นที่เยี่ยมชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารในย่าน Thai Town เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของคนไทยที่ประกอบธุรกิจในออสเตรเลียโดยตรง

นายกฯ เผยเอกชนออสเตรเลียเชื่อมั่นไทย

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึก “พอใจมาก” กับผลการพบปะภาคเอกชน โดยเฉพาะการหารือแบบรายบริษัทกับ Canva และการพบปะนักลงทุนในงานที่จัดโดยบีโอไอ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การหารือทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพและศักยภาพของประเทศไทย และมองไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับการลงทุน

ปัจจัยที่ทำให้ไทยมีความน่าสนใจ ได้แก่ เสถียรภาพทางการเมือง ระบบโลจิสติกส์ และนโยบาย Thailand FastPass ของบีโอไอ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาและปลดล็อกอุปสรรคของนักลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ

นายอนุทินยังเชื่อว่า หากประเทศไทยสามารถสร้างความสมานฉันท์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในประเทศได้มากขึ้น จะยิ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

เปิดตัวเลขลงทุนไทยสูง 1.4 ล้านล้านบาท

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยมาโดยตลอด และการเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น พร้อมรับฟังความต้องการของนักลงทุนโดยตรง

ข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก มียอดการลงทุนสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท

ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากออสเตรเลียยังมีโอกาสเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศ

ไทยพร้อมเปิดทางส่งออก Jet Fuel ให้ออสเตรเลีย

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือความร่วมมือด้านพลังงาน โดยนายอนุทินเปิดเผยว่า ปัจจุบันออสเตรเลียมีความต้องการ น้ำมันอากาศยาน หรือ Jet Fuel ในปริมาณมาก ขณะที่ประเทศไทยมีน้ำมันอากาศยานส่วนเกินจากความต้องการภายในประเทศ

หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงความต้องการอย่างเป็นทางการ รัฐบาลไทยพร้อมพิจารณาปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้สามารถส่งออก Jet Fuel ไปยังออสเตรเลียได้

แนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยออสเตรเลียสามารถเพิ่มแหล่งจัดหาน้ำมันอากาศยาน ขณะที่ไทยมีโอกาสเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างรายได้ให้กับประเทศ

เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนเชฟและแรงงานไทยในออสเตรเลีย

นอกจากเรื่องการลงทุนและการค้าแล้ว นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ แรงงานไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนเชฟและแรงงานฝีมือในธุรกิจร้านอาหารไทย

จากการลงพื้นที่ Thai Town พบว่าธุรกิจร้านอาหารไทยในออสเตรเลียกำลังเติบโต แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งประสบปัญหาไม่สามารถหาเชฟและแรงงานที่มีทักษะได้เพียงพอ

รัฐบาลจึงเตรียมหารือกับฝ่ายออสเตรเลีย เพื่อหาทางลดข้อจำกัดและอุปสรรคด้านแรงงาน พร้อมสร้างความเข้าใจว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานควรได้รับโอกาสทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

นายกรัฐมนตรีมองว่า แรงงานไทยมีทั้งทักษะ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจออสเตรเลีย การเปิดช่องทางให้แรงงานฝีมือไทยเข้าทำงานอย่างถูกกฎหมายจึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ภาพรวมวันแรก สัญญาณความร่วมมือ “ไทย-ออสเตรเลีย”

ภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันแรกจึงไม่ได้มุ่งเพียงการพบปะระดับรัฐบาล แต่ครอบคลุมทั้ง การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน การค้า และแรงงาน โดยรัฐบาลพยายามเชื่อมโยงศักยภาพของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน

ตั้งแต่การดึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาลงทุนในไทย การใช้ Thailand FastPass เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกนักลงทุน ไปจนถึงการเปิดโอกาสทางการค้าด้านพลังงานและการผลักดันแรงงานฝีมือไทยให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย

สำหรับรัฐบาล ผลจากภารกิจวันแรกถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลีย และเป็นอีกก้าวในการสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการลงทุนในภูมิภาค ขณะที่ภารกิจเยือนนิวซีแลนด์จะเดินหน้าต่อในลำดับถัดไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง