รีเซต

5 ประเทศเสี่ยงหายไป! จากแผนที่โลกก่อนปี 2050

5 ประเทศเสี่ยงหายไป! จากแผนที่โลกก่อนปี 2050
TNN ช่อง16
22 มกราคม 2569 ( 12:00 )
2

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถูกยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นปัญหาจริงที่กำลังคุกคามโลก ไม่ว่าจะเป็นการทำลายชั้นโอโซน การละลายของขั้วโลก หรือสภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้น ภาพเหล่านี้อาจฟังดูเหมือนวันสิ้นโลก และในหลายกรณีก็ไม่เกินจริง หนึ่งในความเป็นไปได้ที่น่าหวั่นเกรงที่สุดตามการคาดการณ์ของนักวิทยาศาสตร์ คือการที่ทั้งประเทศอาจ “หายไป” จากแผนที่โลกจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน และหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจเกิดขึ้นได้ก่อนปี 2050

 

คำถามสำคัญคือ เราจะทราบได้อย่างไรว่าประเทศใดมีความเสี่ยงจะหายไปในอนาคตอันใกล้ แหล่งข้อมูลอย่าง World Atlas ได้วิเคราะห์ตัวชี้วัดสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ภูมิศาสตร์ และสังคมเศรษฐกิจ ซึ่งล้วนมีส่วนทำให้บางประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการชี้ว่า ประเทศส่วนใหญ่อาจไม่หายไปทั้งหมด แต่จะสูญเสียพื้นที่จำนวนมากจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น

มัลดีฟส์ (Maldives)


 มัลดีฟส์กำลังเผชิญกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2.3 มิลลิเมตร ประเทศหมู่เกาะราบต่ำกลางมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้มีความท้าทายทางภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง เนื่องจากกว่า 80% ของพื้นที่ประเทศอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่ถึง 1 เมตร เศรษฐกิจของประเทศยังพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งน่ากังวลยิ่งขึ้นเมื่อชุมชนส่วนใหญ่อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียงราว 100 เมตร ปัจจุบันรัฐบาลกำลังสร้างเกาะเทียมและวางแผนย้ายประชาชนไปยังพื้นที่สูงกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญหายจากแผนที่โลก

 

เวียดนาม (Vietnam)


 เวียดนามกำลังเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นประเทศที่มีแม่น้ำและแหล่งน้ำจำนวนมาก หากระดับน้ำทะเลยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำทะเลรุกล้ำแม่น้ำและทำให้พื้นที่นาข้าวเกิดความเค็ม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการผลิตข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรหลักของประเทศ และเป็นฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังเตือนว่าอุณหภูมิในเวียดนามอาจเพิ่มขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ซามัว (Samoa)


 ซามัวเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างรุนแรง หมู่เกาะทั้งเจ็ดกำลังเผชิญระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นกำลังทำลายแนวปะการัง ซึ่งเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติจากคลื่นทะเล ส่งผลให้ซามัวมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่อาจหายไปจากแผนที่โลก

ฟิจิ (Fiji)


ฟิจิเป็นอีกหนึ่งประเทศหมู่เกาะที่ตกอยู่ในความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประเทศนี้มีภูมิประเทศต่ำเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีความเปราะบางอย่างยิ่ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หมู่บ้านหลายแห่ง เช่น วูนิโดโกโลอา (Vunidogoloa) ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานแล้ว รายงานของธนาคารโลกระบุว่า บางหมู่บ้านสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งไปแล้วถึง 15–20 เมตร เนื่องจากการเสื่อมสลายของป่าชายเลน

 

หมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands)


หมู่เกาะโซโลมอนประกอบด้วยเกาะกว่า 990 เกาะ ตั้งอยู่ระหว่างหมู่เกาะโซโลมอนและซานตาครูซในมหาสมุทรอินเดีย ประเทศแห่งนี้อาจเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่หายไปจากแผนที่โลกจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันมีเกาะอย่างน้อย 5 เกาะจมอยู่ใต้น้ำแล้ว และอีก 6 เกาะถูกน้ำท่วมไปกว่า 20% ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 8 มิลลิเมตร ทำให้ต้องเร่งดำเนินการ

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังคุกคามการดำรงอยู่ของประเทศทั้งประเทศ โดยเฉพาะรัฐเกาะและพื้นที่ลุ่มต่ำทั่วโลก แม้ประเทศเหล่านี้อาจไม่หายไปทั้งหมดในทันที แต่การสูญเสียพื้นที่อย่างต่อเนื่องกำลังส่งผลกระทบต่อประชากร เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารอย่างรุนแรง พร้อมเป็นสัญญาณเตือนว่าภาวะโลกร้อนได้กลายเป็นภัยคุกคามเชิงอารยธรรมที่ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง