รีเซต

ทำไมอิหร่านจึงสำคัญกับการพัฒนาซินเจียงในระยะยาว ( ตอน 1)

ทำไมอิหร่านจึงสำคัญกับการพัฒนาซินเจียงในระยะยาว ( ตอน 1)
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2569 ( 14:48 )
14

หลังผมเขียนบทความเกี่ยวกับความคิดเห็นของชาวโลกที่มีต่อนโยบาย “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) กอปรกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่อเค้าขยายวงและลากยาว ผลปรากฏว่า FC หลายคนสอบถามมาเพิ่มเติมว่า อิหร่าน (Iran) มีความสำคัญกับจีนมากน้อยเพียงใด? ทำไมเราจึงเห็นคนจีนสนับสนุนให้รัฐบาลจีน “ออกหน้า” ช่วยเหลืออิหร่านอย่างเต็มกำลัง 

แต่เพื่อให้การแลกเปลี่ยนมีขอบข่ายที่กระชับและมีแง่มุมการเรียนรู้และการวิเคราะห์ที่มากขึ้น ผมเลยอยากปรับเปลี่ยนประเด็นไปสู่ความสำคัญของอิหร่านที่มีต่อจีนผ่านจุดเชื่อมโยงอย่างซินเจียง (Xinjiang) ...

ซินเจียงหรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า “ซินเกียง” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์” ตั้งอยู่บริเวณ “หางไก่” ด้านซีกตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีพรมแดนติดกับ 8 ประเทศ อาทิ รัสเซีย และหลายประเทศในเอเซียกลาง เช่น คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อัฟกานิสถาน และปากีสถาน

ซินเจียงมีขนาดราว 1.67 ล้านตารางกิโลเมตร โดยมีความยาวเหนือ-ใต้ 1,500 กิโลเมตร และตะวันออก-ตะวันตก 2,000 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นเขตปกครองที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของจีน และใหญ่ราว 3 เท่าของประเทศไทย กอปรกับทำเลที่ตั้งที่อยู่ไกลจากไทยและความแตกต่างด้านวัฒนธรรม ทำให้คนไทยจำนวนไม่มากนักที่มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวหรือทำธุรกิจในพื้นที่ 

สำหรับคนไทยที่เคยไปซินเจียง ก็มักไปสัมผัสได้เพียงบางพื้นที่ ทั้งนี้ คนในวงการทัวร์มักแนะนำให้แบ่งพื้นที่ท่องเที่ยวออกเป็น 2-3 ส่วน เช่น ตอนกลาง ซีกตะวันตก และตอนเหนือ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจุดก็อยู่ห่างกันมาก ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางไปตามถนนที่คดเคี้ยวหลายชั่วโมง ทำให้ต้องจัดสรรเวลาในแต่ละทริปสัก 8-10 วัน นั่นเท่ากับว่า เราอาจต้องไปหลายครั้งรวมนานนับเดือนกว่าจะได้ชื่นชมความงดงามของซินเจียงได้ทั่วทั้งผืน แต่ผมรับรองว่า วิวทิวทัศน์ที่สวยงามและหลากหลาย จะทำให้ท่าน “ไปแล้วไม่อยากกลับ!!!” เลยทีเดียว

ซินเจียงมี “อุรุมชี” (Urumqi) เป็นเมืองเอก ตั้งอยู่บริเวณตอนกลาง มีจำนวนประชากรกว่า 4 ล้านคน และในช่วงหลายปีหลังก็มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจีน โดยในปี 2025 เศรษฐกิจของอุรุมชีขยายตัวเกือบ 6% ของปีก่อน 

โดยที่มีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นโอเอซิสและล้อมรอบด้วยทะเลทรายและเทือกเขา ประชากรส่วนใหญ่จึงกระจุกตัวอยู่ในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ ส่งผลให้อุรุมชีมีอัตราความเป็นชุมชนเมือง (Urbanization) กว่า 90% ถือเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดในภูมิภาคเอเซียกลาง และได้รับการบันทึกใน Guinness World Records ว่าเป็น “เมืองที่อยู่ไกลจากทะเลมากที่สุดในโลก” อีกด้วย

ไม่เพียงเป็น “หัวใจของเส้นทางสายไหม” ในฐานะ “ทางผ่าน” ของกองคาราวานที่เชื่อมโลกตะวันออกและตะวันตกในอดีตเท่านั้น แต่อุรุมชียังยกระดับเป็น “ศูนย์กลาง” ด้านโลจิสติกส์และอุตสาหกรรมการผลิตบนพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพสูง

นอกจากนี้ ภายใต้แผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 (2026-2030) อุรุมชียังยึดตำแหน่งเป็น “หัวสะพาน” ของจีนในการเชื่อมกับหัวเมืองในด้านซีกตะวันตกของจีนไว้อย่างเหนียวแน่น อาทิ เอเซียกลาง คอเคซัส และตะวันออกกลาง

อุรุมชียังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งธรรมชาติที่งดงาม บรรยากาศถนนคนเดินที่คึกคัก และหากมีเวลามากพอก็ห้ามพลาดการจัดเวลาสักครึ่งวันไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและสังคม และพัฒนาการของเมืองและซินเจียงไว้เป็นอย่างดี

ประการสำคัญ ในช่วงหลายปีหลัง อุรุมชียังได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนท้องถิ่น รวมทั้งอยู่ระหว่างการพัฒนาเป็น “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ที่ติดตั้งเทคโนโลยี AI, 5G และระบบจัดการเมืองอัจฉริยะ

ขณะที่ซินเจียงในภาพรวมมีประชากรราว 30 ล้านคน และด้วยการพัฒนาที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้จำนวนประชากรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซินเจียงยังมีจุดเด่นในด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์รวมเกือบ 50 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาวอุยกูร์ (Uyghur) ซึ่งมีเชื้อสายตุรกี “เทอร์กิช” (Turkic) ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่ (Sunni)

ทั้งนี้ เวลาเดินทางไปในพื้นที่ เราก็อาจเห็นภาพที่แปลกตา อาทิ คนท้องถิ่นที่โพกศีรษะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยตะเกียบ ตราฮาลาลในเกือบทุกร้านอาหารท้องถิ่น สุเหร่าและสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายคล้ายของเปอร์เซีย (Persia) และอาหรับ (Arab) ในตะวันออกกลาง

นอกจากภาษาจีนแมนดารินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้ว คนซินเจียงยังมีภาษาอุยกูร์ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับภาษาตุรกีและภาษาในเอเชียกลาง คนซินเจียงนิยมสื่อสารในภาษาท้องถิ่น นัยว่าเป็น “ความลับ” ในการสื่อสารระหว่างกันอยู่ในที

นอกจากนี้ ซินเจียงยังมี “มรดกโลก” อาทิ เมืองเก่าคัชการ์ (Kashgar) ซึ่งถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีสถาปัตยกรรมดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สะท้อนกลิ่นอายเอเชียกลางอย่างเข้มข้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซินเจียงได้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญของภูมิภาคตะวันตกของจีน โดยใมปี 2025 เศรษฐกิจจีนมีขนาดราว 2.15 ล้านล้านหยวน หรือเกือบ 310,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 5.5% ของปีก่อน และตั้งเป้าที่จะเติบโต 5.5-6.0% ในปี 2026

ซินเจียงมีจุดเด่นในหลายสาขาเศรษฐกิจ ในด้านการเกษตร ซินเจียงครองตำแหน่งแหล่งผลิตฝ้ายที่สำคัญที่สุดของจีน โดยมีปริมาณกว่า 5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นกว่า 90% ของผลผลิตฝ้ายโดยรวมของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางตอนใต้ของซินเจียงที่เป็นแหล่งผลิต “ฝ้ายเส้นยาว” (Extra-Long Staple Cotton) ที่มีคุณภาพสูงระดับโลก ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมสิ่งทอขั้นสูงของจีน

นอกจากจุดเด่นของปัจจัยธรรมชาติที่มีแสงแดดยาวนานและน้ำละลายจากหิมะบนเทือกเขาเทียนซาน (Tianshan) ผ่านระบบคานเอ๋อจิ่ง (Kanerjing) ที่เป็นภูมิปัญญาโบราณของอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินแล้ว ซินเจียงในยุคหลังยังได้ผลักดัน “เกษตรกรรมสมัยใหม่” ที่เปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายเป็นพื้นที่ทำการเกษตรด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ตามไปดูตัวอย่างเกษตรกรรมสมัยใหม่และรู้จักซินเจียงกันเพิ่มเติมกันในตอนหน้าครับ ...

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง