รีเซต

LPN รับเต็มบ้านคนละหลัง อัดแคมเปญดันโอนโต 20%

LPN รับเต็มบ้านคนละหลัง อัดแคมเปญดันโอนโต 20%
ทันหุ้น
19 ตุลาคม 2569 ( 02:20 )

นางสาวดารณี  ฉัตรพิริยะพันธ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ  LPN เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ ธอส. จัดสรรกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS อัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีการผ่อนปรนเกณฑ์รายได้ จะช่วยทำให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และสามารถกู้ผ่านได้มากขึ้น จูงใจทำให้มีการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น

@จัดแคมเปญหนุน

โดยจะส่งผลดีต่อ LPN โดยตรง เพราะโครงการที่อยู่อาศัยของบริษัทมีราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 80% ของโครงการพร้อมขายและฐานลูกค้าของบริษัทก็เป็นลูกค้าของธอส.อยู่แล้ว   และบริษัทได้จัดแคมเปญ 2 แคมเปญกระตุ้น คือ เปลี่ยนผู้เช่ามาเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย จากปัจจุบันที่บริษัทมีฐานผู้เช่าเกือบ 2,000 ยูนิต  เพราะก่อนหน้านี้ไม่มั่นใจว่าจะยื่นกู้ผ่านหรือไม่ จึงเข้ามาเช่ากับบริษัทก่อน แต่พอมีโครงการดังกล่าวของรัฐบาล เชื่อว่าจะทำให้ผู้เช่าตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ทำให้บริษัทรับรู้รายได้จากการโอน แทนรายได้จากการเช่า

ส่วนแคมเปญที่ 2 คือ ซื้อถูกกว่าเช่า ดังนั้นบริษัทคาดว่ายอดโอนในไตรมาส 4/2569 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-20% จากมาตรการดังกล่าว และในไตรมาสนี้ยังได้รับผลดีจากที่ลูกค้าเลื่อนการโอนมาจากไตรมาส 3/2569 เพราะติดปัญหาน้ำท่วม จึงทำให้ยอดโอนไตรมาส 4 ปีนี้ออกมาดีมาก 

@มั่นใจปีนี้รายได้ตามเป้า

ส่วนโครงการใหม่ที่บริษัทเพิ่งเปิดไปคือ คอนโดมิเนียม ลุมพินี พาร์ค บางหว้า อินเตอร์เชนจ์ ยอดขายถือว่าดี  เพราะยังมีความต้องการ (ดีมานด์) ซื้ออสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ระดับที่สูง แต่แค่ติดปัญหาเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยกู้   โดยบริษัทยังคงมั่นใจว่าปีนี้ยอดขาย (พรีเซล) จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 8,000 ล้านบาท และรายได้ปีนี้อยู่ที่ 7,600 ล้านบาท

 “ในปีนี้บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ ซึ่งเปิดไปแล้ว 2 โครงการ ส่วนอีก 1 โครงการยังไม่แน่ใจว่าจะเปิดทันในปีนี้ไหม ถ้าไม่ทันอาจจะเป็นปีหน้า”

สำหรับในปี 2570 ภาพรวมเศรษฐกิจอาจจะไม่ได้ฟื้นตัวเด่น แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่มาก จะเป็นลักษณะทรงๆ ตัว ซึ่งบริษัทยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์  การขายพร้อมผู้เช่า ควบคู่กับการเปลี่ยนผู้เช่ามาเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย และการเปิดสาขาใหม่ เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง  รวมถึงบริษัทจะรุกธุรกิจงานบริการมากขึ้น  คือ การบริการซ่อมแซมอสังหา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกบ้านมาต่อเนื่องหลังจากที่มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อต้นปี 2568 และการรับจ้างบริหารนิติบุคคล โดยคาดหวังรายได้ธุรกิจงานบริการเพิ่มขึ้น 15-20%

@แบ่ง 2 เกณฑ์

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า  ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ ธอส. จัดสรรกรอบวงเงิน 50,000 ล้านบาท ดำเนินโครงการสินเชื่อบ้าน คนละหลัง PLUS อัตราดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้ที่ต้องการกู้เพื่อซื้อ/ปลูกสร้าง ซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้าง ซื้อ/ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของรัฐ และซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท แบ่งเป็น ลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.80% ต่อปี

ส่วนดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับ 3.50% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6–7 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8 จนตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR - 0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.145% ต่อปี)

ขณะที่ลูกค้ากลุ่มที่เข้าเกณฑ์รายได้ปกติ กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นปีที่ 1–2 เท่ากับ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.40% ต่อปี และปีที่ 4–5 เท่ากับ 4.00% ต่อปี ปีที่ 6–7 เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 8

จนตลอดอายุสัญญา ลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR - 0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR - 1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย เท่ากับ MRR ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 40 ปี

กรณีกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท เท่านั้น! ซึ่งสามารถช่วยลูกค้าวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้ได้ ณ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 -30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง