ผ่าแผนเคลมประกัน “บ้าน-รถ” หลังน้ำลด เช็กพักหนี้-สินเชื่อฟื้นฟู

สถานการณ์น้ำท่วมปี 2569 ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในหลายพื้นที่ แม้บางจุดระดับน้ำลดลงแล้ว แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังและการสัญจรยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่จังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร ทั้งสมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรี และนครปฐม ต่างได้รับผลกระทบ
ความเสียหายไม่ได้เกิดเฉพาะบ้าน รถยนต์ หรือทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการที่ไม่สามารถทำงานหรือเปิดกิจการได้ตามปกติ ภาระที่ตามมาหลังน้ำลดจึงมีทั้งค่าซ่อมบ้าน ค่าซ่อมรถ ค่างวดสินเชื่อ และเงินทุนสำหรับกลับมาเริ่มประกอบอาชีพอีกครั้ง
มาตรการช่วยเหลือจากสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์จึงถูกนำมาใช้เพื่อลดภาระในช่วงฟื้นฟู ทั้งพักชำระเงินต้น ลดค่างวด ขยายเวลาผ่อน และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. มีช่องทางให้ประชาชนตรวจสอบกรมธรรม์ เพื่อเตรียมเข้าสู่กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหม
ประเมินน้ำท่วมเสียหาย 12,000 ล้านบาท
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์น้ำท่วมเบื้องต้นประมาณ 12,000 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 0.066% ของ GDP ประเทศทั้งปี
เฉพาะกรุงเทพมหานครประเมินความเสียหายประมาณ 7,000 ล้านบาท หรือประมาณ 0.1% ของเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ขณะที่จังหวัดรอบกรุงเทพมหานครหลายแห่งได้รับผลกระทบเช่นกัน
มูลค่าความเสียหายดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายที่ต้องติดตามหลังน้ำลด ทั้งการซ่อมแซมอาคาร บ้านเรือน การปรับปรุงร้านค้า ตลอดจนรายได้ที่หายไประหว่างไม่สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
สถานการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางฝนสะสมในบางพื้นที่สูงกว่า 300 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 2 วัน ประกอบกับข้อจำกัดในการระบายน้ำและสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางเส้นทางระบายน้ำ
ส่วนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังไม่พบผลกระทบชัดเจนในภาพรวม แต่เริ่มมีสถานการณ์น้ำในบางพื้นที่ เช่น อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
พักเงินต้นสูงสุด 6 เดือน ช่วยลดภาระลูกหนี้
สำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อ สถาบันการเงินของรัฐหลายแห่งมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. รวมถึง SME D Bank
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการพักชำระเงินต้น โดยสินเชื่อบางประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัย สามารถพักเงินต้นได้สูงสุด 6 เดือน ส่วนการชำระดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน บางมาตรการพักเฉพาะเงินต้น ขณะที่บางกรณีมีการผ่อนปรนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
ด้านธนาคารพาณิชย์มีมาตรการพักชำระเงินต้นประมาณ 3-6 เดือนเช่นกัน โดยบางมาตรการยังต้องชำระดอกเบี้ยตามเงื่อนไข พร้อมเปิดช่องทางให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบติดต่อขอความช่วยเหลือ
ผู้ที่มีค่างวดบ้าน รถ หรือสินเชื่ออื่นครบกำหนดในช่วงนี้ ควรติดต่อธนาคารก่อนถึงวันชำระ เพื่อแจ้งผลกระทบจากน้ำท่วมและสอบถามสิทธิที่ได้รับ ไม่ควรหยุดชำระค่างวดด้วยตัวเองโดยยังไม่ได้ประสานกับเจ้าหนี้
ลดค่างวด-ยืดเวลาผ่อน เพิ่มสภาพคล่องหลังน้ำลด
นอกจากการพักเงินต้น ยังมีแนวทางปรับลดค่างวดและขยายระยะเวลาผ่อนชำระ ทั้งในส่วนของ ธอส. ธนาคารออมสิน และธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ภาระรายเดือนลดลงในช่วงที่ประชาชนกำลังฟื้นฟูบ้านและกลับมาประกอบอาชีพ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและธนาคารพาณิชย์ยังเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan สำหรับนำไปซ่อมแซมบ้านและใช้เป็นเงินสำหรับดำรงชีพ หลังรายได้ของประชาชนบางกลุ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะแรงงานอิสระที่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม
ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีมาตรการแตกต่างกัน เช่น กรุงศรี มีแนวทางลดภาระค่างวดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพมีแนวทางปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
ธนาคารที่มีเครือข่ายธุรกิจประกันภัยยังมีการผ่อนปรนขั้นตอนและเร่งรัดกระบวนการสินไหม ขณะที่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน SME D Bank และสถาบันการเงินอื่น มีสินเชื่อเพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วมรองรับประชาชนและผู้ประกอบการ
บ้านถูกน้ำท่วม เริ่มจากเช็กกรมธรรม์
หลังน้ำลด เจ้าของบ้านควรตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ถืออยู่เป็นลำดับแรก โดยดูว่ามีความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไม่ ครอบคลุมทรัพย์สินประเภทใด และมีวงเงินคุ้มครองเท่าไร
หากเอกสารกรมธรรม์เปียกน้ำ สูญหาย หรือจำไม่ได้ว่าตัวเองมีประกันอะไร สามารถตรวจสอบข้อมูลผ่าน OIC Connect ของสำนักงาน คปภ. เพื่อดูข้อมูลกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารกระดาษ
เมื่อทราบสิทธิความคุ้มครองแล้ว ควรติดต่อบริษัทประกันเพื่อแจ้งความเสียหายและสอบถามขั้นตอนเรียกร้องค่าสินไหมตามกรมธรรม์
ก่อนล้างบ้าน ต้องถ่ายภาพ-วิดีโอเก็บหลักฐาน
สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหลังกลับเข้าบ้านได้คือการเก็บหลักฐานความเสียหาย ควรถ่ายภาพให้เห็นทั้งระดับน้ำและสภาพทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบ ตั้งแต่บริเวณหน้าบ้าน ประตู พื้น ผนัง ห้องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงทรัพย์สินอื่นภายในบ้าน
ควรถ่ายวิดีโอเก็บไว้เพิ่มเติม เพื่อบันทึกภาพโดยรอบและรายละเอียดบางจุดที่อาจไม่ได้อยู่ในภาพนิ่ง
รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมควรถ่ายภาพระดับน้ำและสภาพรถไว้เช่นกัน เอกสาร ภาพถ่าย และวิดีโอเหล่านี้จะถูกใช้ประกอบการตรวจสอบความเสียหายและพิจารณาค่าสินไหม
หลังสถานการณ์คลี่คลาย คาดว่าจะมีรถและบ้านเข้าสู่กระบวนการเคลมจำนวนมาก การเตรียมหลักฐานให้ครบตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาเรื่องข้อมูลความเสียหายในขั้นตอนพิจารณาสินไหม
รถน้ำท่วม เช็กก่อนว่าประกันคุ้มครองหรือไม่
เจ้าของรถต้องตรวจสอบประเภทกรมธรรม์และรายละเอียดความคุ้มครองของตัวเอง โดยประกันรถยนต์ชั้น 1 ส่วนใหญ่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ อาจมีความคุ้มครองแตกต่างกันตามกรมธรรม์
การประเมินความเสียหายของรถแต่ละคันพิจารณาจากระดับน้ำ จุดที่ได้รับผลกระทบ สภาพรถหลังน้ำลด และทุนประกัน
หากน้ำขึ้นถึงบริเวณพื้นรถ ความเสียหายอาจเริ่มตั้งแต่หลักพันบาท หากน้ำขึ้นถึงเบาะโดยสารอาจอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาท และหากระดับน้ำสูงเลยเบาะขึ้นไปจนเกือบถึงคอนโซลหน้า ความเสียหายอาจอยู่ประมาณ 25,000-30,000 บาท
ส่วนกรณีน้ำขึ้นถึงคอนโซลหน้าหรือรถจมทั้งคัน บริษัทประกันจะตรวจสอบสภาพรถ ความเสียหาย และทุนประกัน ก่อนพิจารณาค่าสินไหมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ
รถจมน้ำ อย่าสตาร์ตซ้ำ
หนึ่งในข้อควรระวังสำคัญสำหรับเจ้าของรถคือ หากรถจมน้ำหรือเครื่องยนต์ดับขณะอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ควรพยายามสตาร์ตเครื่องซ้ำ เพราะหากน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์หรือระบบต่าง ๆ อาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น
วิธีที่เหมาะสมคือปล่อยรถไว้ในสภาพเดิม ประสานบริษัทประกันหรือรถยก เพื่อนำรถออกจากพื้นที่และส่งเข้าศูนย์บริการหรืออู่เพื่อตรวจสอบ
หากมีความจำเป็นต้องขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการลดโอกาสที่น้ำจะเข้าสู่ระบบของรถ เช่น ปิดเครื่องปรับอากาศและเปิดหน้าต่าง แต่หากไม่ทราบระดับความลึกของน้ำหรือพบว่าน้ำอยู่ในระดับสูง ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
รถ EV น้ำท่วม ต้องระวังระบบแบตเตอรี่
รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ต้องเพิ่มความระมัดระวังหลังถูกน้ำท่วม เนื่องจากมีระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นส่วนประกอบสำคัญ
หากรถ EV จมน้ำหรือดับระหว่างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ควรพยายามเปิดระบบหรือสตาร์ตรถซ้ำ ควรประสานรถยก บริษัทประกัน หรือศูนย์บริการเพื่อนำรถไปตรวจสอบ
การพิจารณาความเสียหายจะดูทั้งระดับน้ำ สภาพระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ หากแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทประกันจะประเมินร่วมกับความเสียหายส่วนอื่นและทุนประกัน เพื่อพิจารณาความคุ้มครองตามกรมธรรม์
หลังน้ำลด ทำ 3 เรื่องพร้อมกัน
สำหรับผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบทั้งบ้าน รถ และรายได้ มี 3 เรื่องที่ควรเร่งดำเนินการ คือ ติดต่อธนาคารเจ้าหนี้เพื่อตรวจสอบมาตรการพักเงินต้น 3-6 เดือน ลดค่างวด ขยายเวลาผ่อน หรือสินเชื่อฟื้นฟู ตรวจสอบกรมธรรม์บ้านและรถว่ามีความคุ้มครองอะไรบ้าง และเก็บหลักฐานความเสียหายด้วยภาพถ่ายและวิดีโอก่อนซ่อมแซม
ส่วนรถที่จมน้ำ โดยเฉพาะรถที่น้ำเข้าถึงห้องโดยสารและรถ EV ควรหลีกเลี่ยงการสตาร์ตหรือเปิดระบบซ้ำ และติดต่อบริษัทประกันหรือศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบความเสียหาย
มาตรการจากสถาบันการเงินและระบบประกันภัยเป็นช่องทางช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารและบริษัทประกันที่ใช้บริการโดยตรง เพื่อรักษาสิทธิและเลือกแนวทางช่วยเหลือให้เหมาะกับภาระของแต่ละราย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
