เมินคำเตือน WHO หลายชาติเดินหน้าใช้ยามาลาเรียต้านโควิด-19

เมินคำเตือน WHO หลายชาติเดินหน้าใช้ยามาลาเรียต้านโควิด-19
TNN ช่อง16
28 พฤษภาคม 2563 ( 14:58 )
41
เมินคำเตือน WHO หลายชาติเดินหน้าใช้ยามาลาเรียต้านโควิด-19

วันนี้ ( 28 .. 63 )แม้องค์การอนามัยโลกสั่งระงับการทดลองใช้ยารักษามาลาเรียผู้ป่วยโควิด -19 ไปแล้ว แต่หลายชาติยังคงเดินหน้าใช้ยาดังกล่าวอยู่ ไปดูกันว่ามีชาติใดบ้าง

 

เริ่มต้นที่อินเดีย ดร.บัลราม ภาร์กาวา ผู้อำนวยการสภาวิจัยทางการแพทย์ของอินเดีย กล่าวเมื่อวานนี้ว่า การศึกษาเชิงสังเกตการณ์ พบว่า ยาไฮดรอกซีคลอโรควินซึ่งเป็นยาต้านมาลาเรียอาจได้ผลในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และว่า อินเดียจะไม่ปฏิเสธที่จะใช้ยาตัวนี้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่แนวหน้าในการต่อสู้กับไวรัส โดยเขามองว่ามีความเป็นไปได้ว่า ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน จะมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง 

 

ก่อนหน้านี้นายทีโดรส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO แถลงว่า WHO จะระงับการทดลองทางคลินิกของยาดังกล่าวด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วารสารการแพทย์เดอะแลนเซต (The Lancet) เผยแพร่การศึกษาชี้ว่า กลุ่มผู้ป่วยมีแนวโน้มจะมีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่า เมื่อใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินอย่างเดียว หรือใช้คู่กับยาปฏิชีวนะกลุ่มแมโครไลด์ 

 

ทั้งนี้ อินเดียส่งออกชนิดตัวนี้ ไปยังสหรัฐ ซึ่งมีการพูดถึงกันมากเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และผู้นำอีกหลายประเทศ บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ยาตัวนี้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

 

ทรัมป์ ยังบอกด้วยว่า เขารับประทานยาตัวนี้เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์เปิดเผยภายหลังว่า เขาได้หยุดกินยาดังกล่าวแล้ว

 

นอกจากนี้ สำนักข่าวบีบีซีรายงานเพิ่มเติมว่า องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้เคยอนุญาตให้สามารถใช้ยานี้อย่างฉุกเฉินในโรงพยาบาลได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้ยานอกโรงพยาบาล และต่อมายังเตือนด้วยว่า อาจทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ

 

ขณะที่รัฐบาลบราซิลได้ผ่อนคลายกฎในการใช้ยาดังกล่าว โดยอนุญาตให้สามารถใช้ได้กำลังคนไข้ทั้งที่มีอาการป่วยระดับเบา และผู้ป่วยหนัก

 

ส่วนไนจีเรีย ยืนยันเดินหน้าทดลองทางคลินิกตัวยาดังกล่าว แม้ว่ามีคำเตือนจาก WHO ก็ตาม

 

ขณะที่ล่าสุด รัฐบาลฝรั่งเศสได้เปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับยาต้านมาลาเรีย โดยระบุว่า จะไม่อนุญาตให้แพทย์ใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควินรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แล้วเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

เกาะติดข่าวที่นี่ 

website: www.TNNThailand.com 

facebook : TNNThailand 

facebook live : TNN Live 

twitter : @TNNThailand 

Line : @TNNONLINE 

Youtube Official : TNNThailand 

Instagram : @tnn_online

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง