รีเซต

กูรู เปิดโผ หุ้นได้ประโยชน์ “หลังน้ำท่วม” ชู กลุ่มซ่อมแซม – ปรับปรุงบ้าน โดดเด่น

กูรู เปิดโผ หุ้นได้ประโยชน์ “หลังน้ำท่วม” ชู กลุ่มซ่อมแซม – ปรับปรุงบ้าน โดดเด่น
TNN ช่อง16
30 พฤศจิกายน 2568 ( 11:40 )

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี  ระบุว่า  ถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ล่าสุดแม้รุนแรงกว่าปีปกติ แต่เริ่มเห็นสัญญาณผ่านพ้นจุดพีคแล้ว หลายพื้นที่ระดับน้ำลดและเข้าสู่ช่วงซ่อมแซม-ฟื้นฟู ผลกระทบเศรษฐกิจจำกัดราว 1.97 หมื่นล้านบาท หรือราว -0.1% ต่อ GDP ด้านผลกระทบต่อกำไรตลาด -6.0 พันล้านบาท -0.5% ของ EPS25F ที่ 87 บาท ตลาดน่าจะสะท้อนความเสี่ยงล่วงหน้าแล้ว SET ช่วงสัปดาห์นี้แกว่งตัวเทียบกับตลาดโลกฟื้น 

ปัจจุบัน คือ จุดบรรจบกันระหว่าง ปัจจัยหนุนมหภาค นโยบายการเงินผ่อนคลายทั้งสหรัฐฯ เอเชีย ไทย, โซนรับทางเทคนิค และ สถานการณ์น้ำท่วมคลาย

 กลยุทธ์ลงทุน: เข้าสู่จังหวะทยอยสะสม เน้น 2 กลุ่มฟื้นตัวนำตลาด

1. กลุ่มได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูผสานนโยบายกระตุ้น ค้าปลีกสินค้ารีโนเวทบ้าน /วัสดุก่อสร้าง กลุ่มได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง High Yield: สื่อสาร / อสังหาฯ / REITs / Property Fund 

หุ้นเด่น : GLOBAL (ราคาเป้าหมาย 8 บาท), ADVANC (ราคาเป้าหมาย 360 บาท), GULF (ราคาเป้าหมาย 59 บาท)

2. กลุ่มที่ถูกขายล่วงหน้ามากเกินไป vs. ผลกระทบจริงจำกัด เน้นบริบท "ราคาปรับลงแรงก่อนข่าว" แต่พื้นฐานไม่เสียหาย 

หุ้นเด่น: MTC (ราคาเป้าหมาย 58 บาท) CENTEL (ราคาเป้าหมาย 37.5 บาท) BDMS (ราคาเป้าหมาย 29 บาท)


บริษัทหลักทรัพย์  เมย์แบงก์(ประเทศไทย)  ระบุว่า มองว่าผลกระทบต่อกำไรบริษัทจากเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีจำกัด ส่วนใหญ่บริษัทมีการดำเนินงานในพื้นที่ไม่มาก และผู้ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงก็น่าจะได้รับผลกระทบต่อกำไรเพียงราว 1–3% เท่านั้น เมื่อสถานการณ์น้ำเริ่มลดลง โดยมองว่าความสนใจควรเปลี่ยนไปสู่ประเด็นหลังน้ำท่วมแทน ประเด็นแรก มองว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมครั้งนี้อาจเป็นแรงผลักดันเพิ่มเติมให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนธันวาคม

แม้ไม่นับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม ฝ่ายวิจัยก็คาดว่าจีดีพีของไทยจะเติบโตเพียง 1.3% ในไตรมาส 4/68 อยู่แล้ว ขณะที่น้ำท่วมอาจกดดันเพิ่มเติมอีกประมาณ 0.47pt ต่อประมาณการไตรมาส 4/68 และเมื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวต่ำกว่า 2% ยาวต่อเนื่องถึงไตรมาส 2/69 จึงคาดว่าธปท.จะลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม มองว่าความเสี่ยงต่อการเติบโตจากน้ำท่วมครั้งนี้เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการลดดอกเบี้ย และยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงต้นปี 2569

ประเด็นที่สองพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรีอนุทินอาจต้องรับมือกับกระแสความไม่พอใจจากสาธารณชนต่อการจัดการสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้เขาต้องพิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปเพื่อฟื้นฟูความนิยม

ฝ่ายวิจัยเมย์แบงก์ มองว่ามีสองกลุ่มที่น่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ได้แก่

1) กลุ่มสินค้าปรับปรุงบ้าน ซึ่งจะได้รับแรงหนุนจากความต้องการซ่อมแซมและตกแต่งบ้าน ฝ่ายวิจัยชอบ HMPRO และ GLOBAL ขณะที่บริษัทที่น่าสนใจน้อยกว่า คือ DOHOME เนื่องจากราคาหุ้นแพงที่สุดในกลุ่มและมีสาขาน้อยที่สุดในภาคใต้

2) กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น SCCC และ TASCO ที่อาจได้รับประโยชน์จากความต้องการซ่อมแซมและสร้างใหม่หลังน้ำท่วม รวมถึงเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุ รายงานกลุ่ม home improvement วันนี้ เป็นลักษณะการจับจังหวะเชิงกลยุทธ์ จากประเด็นน้ำท่วมในภาคใต้ ที่จะกระทบต่อราคาหุ้นเชิงบวก ด้วยจากความคาดหวังอุปสงค์หลังน้ำท่วม สรุปเป็นประเด็น ดังนี้

1) หากย้อนดูปีที่แล้วที่น้ำท่วมภาคเหนือ กลุ่มฯ ได้รับผลกระทบโดย SSS ในเดือนที่น้ำท่วมติดลบอย่างหนัก DOHOME ติดลบถึง 10% หลังจากน้ำท่วมคลี่คลาย กลับมาที่ -6%, HMPRO -7% กลับมาที่ -5%, GLOBAL จาก -5% มาที่-3% ดังนั้น ฝ่ายวิจัยมองเดือนพฤศจิกายน จะเป็นจุดต่ำสุดของ SSS ใน Q4/68

2) การปิดสาขาในภาคใต้รอบนี้ กระทบดังนี้ : HMPRO มี 3 สาขา ที่คิดเป็น 2–3% ของรายได้รวม, GLOBAL มีสองสาขาที่ปิดทำการแล้ว, ILM สาขาหาดใหญ่ปิดราว 3% ของรายได้รวม ในขณะที่ DOHOME สาขาหาดใหญ่ยังเปิดได้เพราะอยู่ในพื้นที่สูงกว่า แต่ผู้ใช้บริการน่าจะลดลง ดังนั้น ฝ่ายวิจัยมองว่าภาพรวมของกลุ่มยังได้รับผลกระทบน้อย เทียบกับภาพรวมรายได้ของกลุ่ม

3) ราคาหุ้นปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนรอบฟื้นตัวเหมือนปี 2567 ที่น้ำท่วมปีก่อนในภาคเหนือ ช่วงนั้น HMPRO ปรับตัวขึ้นกว่า +25% GLOBAL-DOHOME +20% ดังนั้น ปัจจุบัน ราคาปรับขึ้นมาแค่ 5-7% มองว่ายังมีโอกาสเก็งกำไรเพิ่มเติม

มุมมองของฝ่ายวิจัย จึงได้ปรับเพิ่มคำแนะนำ GLOBAL-DOHOME ขึ้นมาเป็นการ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 8.30 และ 4 บาท ตามลำดับ และยังแนะนำซื้อ สำหรับ HMPRO และ ILM โดยฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มนี้ จะเล่นเก็งกำไรช่วงน้ำท่วมได้

ทางด้าน บริษัทหลักทรัพย์  เอเซียพลัส ระบุว่า หุ้นได้ประโยชน์อานิสงส์จากน้ำท่วม หลังความต้องการ “ซ่อมแซม–ฟื้นฟู” ทั่วเมือง หุ้นได้รับอานิสงส์การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย กลุ่มรับเหมา–วัสดุก่อสร้าง STEC, CK, TASCO, SCC, SCGD, TOA กลุ่มค้าปลีกวัสดุบ้าน  HMPRO, DOHOME, BJC

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร ระบุว่า อุทกภัยรุนแรงที่ครอบคลุมมากกว่า 10 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวสำคัญอย่างอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กำลังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจในทันที คาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายต่อการค้าขายและการท่องเที่ยวต่อวันจะอยู่ที่ 1.0–15 พันล้านบาท

ส่วนใหญ่เกิดจากการหยุดชะงักของการค้าชายแดนกับมาเลเซีย และการยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น ภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาคส่วนสำคัญในภูมิภาค เช่น ยางพารา, ปาล์มน้ำมัน, และการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง (อ้างอิงรายงาน: น้ำท่วมกระทบแนวโน้มไตรมาส 4/68  โอกาสลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น)

สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันน่าจะกระทบผู้ค้าปลีกในพื้นที่หาดใหญ่เพียงเล็กน้อย จากการพูดคุยล่าสุดกับผู้ค้าปลีก พบว่ามีร้านค้าปลีกเพียง 6 แห่งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วมและต้องปิดร้านชั่วคราว ในแง่ของรายได้โดยรวม ผลกระทบคาดว่าจะลดลงเพียงประมาณ 1%

ในทางกลับกัน เมื่อสถานการณ์น้ำลด การฟื้นตัวหลังน้ำท่วมอาจเป็นผลบวกต่อผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อการซ่อมแซมบ้าน หากดูจากเหตุการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ปีที่แล้ว การฟื้นตัวหลังน้ำท่วมได้ช่วยเพิ่มยอดขายสาขาเดิม (same-store-sales (SSS)) ของร้านค้าวัสดุก่อสร้างประมาณ 30–40% และผลบวกลากยาว 4–6 เดือน หรือประมาณ 2 ไตรมาส

หากใช้รูปแบบการใช้จ่ายเดียวกันนี้ ฝ่ายวิจัยอาจเห็นแรงหนุนบวกต่อกลุ่มผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อการซ่อมแซมบ้าน เช่น GLOBAL HMPRO และ CRC ได้เเก่ ไทวัสดุ โดยคาดว่าผลบวกต่อ SSS จะอยู่ที่ประมาณ 0–1% ต่อไตรมาสในช่วงไตรมาส 4/68- ไตรมาส 1/69

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง