รีเซต

NERไตรมาส1กำไร254ล้าน งบครึ่งปีหลังฟื้นราคายางดีด

NERไตรมาส1กำไร254ล้าน งบครึ่งปีหลังฟื้นราคายางดีด
ทันหุ้น
7 พฤษภาคม 2569 ( 07:45 )

#NER #ทันหุ้น - NER ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 254.36 ล้านบาท ลดลง 58.22% YoY เหตุราคายางลดลง กระทบรายได้-ขาดทุน FX-ตราสารอนุพันธ์ ด้านนักวิเคราะห์ มองผลดำเนินงานครึ่งปีแรกเด่น จากราคา-ปริมาณการขายฟื้น  เชิงพื้นฐานแนะนำ “ซื้อ”  มองกำไรปีนี้ 1.73 พันล้านบาท  โต 5.8% YoY

นายศักดิ์ชัย  จงสถาพงษ์พันธ์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหารบัญชี-การเงิน บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่  254.36 ล้านบาท ลดลง 58.22%  จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)  ที่มีกำไรสุทธิ 608.83 ล้านบาท   โดยมีสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสนี้เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ 1.ความผันผวนของราคายางธรรมชาติในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง ส่งผลให้ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยของบริษัทลดลงร้อยละ 14.78 กระทบต่อรายได้ และอัตราการทำกำไรโดยตรง และ 2.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรรมของสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Mark-to-Market) ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง

@ราคา-ประมาณขายลด

ทั้งนี้บริษัทมีปริมาณขาย 123,552 ตัน ลดลงร้อยละ 2.78% YoY  คิดเป็นรายได้จากการขายรวม 7,207.73 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 17.13 แบ่งเป็นรายได้จากการขายในประเทศ 5,097.60 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70.72 ของยอดขายรวม ลดลง 979.85 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 16.12 และรายได้จากการขายต่างประเทศ 2,10.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.28 ของยอดขายรวม ลดลง 510.44 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 19.48

สำหรับรายได้จากการขายสำหรับไตรมาส 1/2569 ที่ลดลงเกิดจากสถานการณ์ราคายางที่ปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนนั้น ราคาขายสินค้ายางเฉลี่ยลดลงร้อยละ 14.78 โดยรายได้ที่ลดลง แบ่งเป็นผลต่างด้านราคาที่ปรับตัวลดลง อยู่ที่ 1,232.86 ล้านบาท และแบ่งเป็นผลต่างด้านปริมาณลดลงอยู่ที่ 257.44 ล้านบาท

ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีต้นทุนขาย 6,586.65 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 91.38 ของรายได้จากการขาย โดยแบ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบ และวัสดุสิ้นเปลืองใช้ไป 6,388.45 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.63 ของรายได้จากการขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ต้นทุนทุนลง 1,179.11 ล้านบาท ตามสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย

@ครึ่งแรกไม่เด่น

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส 2/2569  อาจสูงกว่า 60 บาทต่อกก. ได้ แต่เป็นช่วงปิดกรีดยางทำให้ NER มีข้อจำกัดเรื่องวัตถุดิบ ปกติจะเป็นไตรมาสที่มีปริมาณขายค่อนข้างต่ำ คาดเบื้องต้นที่ราว 110,000 ตัน ขณะที่การรับต้นทุนใหม่เพื่อเตรียมส่งมอบในไตรมาส 3/2569 เริ่มรับรู้ในต้นทุนเฉลี่ยแล้ว ซึ่งเป็นต้นทุนในไตรมาส 2/2569  ที่กำลังขึ้นนี้ ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้น คาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อาจขยายตัวอีกได้เพียงเล็กน้อย

ดังนั้นคาดกำไรปกติในไตรมาส 2/2569 อาจทำได้เพียงทรงตัว QoQ และยังคงลดลง YoY ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะส่งผลให้กำไรครึ่งปีแรก 2569 คิดเป็น สัดส่วนเพียง 30% ของประมาณการเดิม จึงปรับประมาณการกำไรลงจากเดิม 13% เป็น 1,730 ล้านบาท (+5.8% YoY) เป็นการปรับ GPM ลงจาก 10.1% เป็น 9.3% นอกจากนี้ได้ถอดปริมาณกำลังการผลิตใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาในปี 2570 ออกจากประมาณการ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีแผนเริ่มก่อสร้างที่ชัดเจน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ ส่งผลให้กำไรปี 2570 ลดลงจากประมาณการเดิม 23% เป็น 1,897 ล้านบาท  (+9.7% YoY)

@พื้นฐานแนะนำซื้อ

ทั้งนี้ผลของการปรับประมาณการลงทำให้ราคาเป้าหมายใหม่อิง PER ที่ 6 เท่า ได้ราคาเป้าหมายใหม่ลดลงเป็น 5.60 บาทต่อหุ้น มี Upside Gain 20.7% เชิงพื้นฐานยังคงคำแนะนำ ชื้อ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER2569 ต่ำเพียง 5.0 เท่า เนื่องจากปรับตัวลงจากการขึ้น XD เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ด้วยแนวโน้มกำไรที่ทำได้เพียงฟื้นตัว QoQ ในไตรมาส 1 และจะทรงตัว QoQ ในไตรมาส 2 เทียบกับ STA และ TEGH ที่ คาดว่าจะกลับมาดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY ได้ในไตรมาส 2/2569  และเงินปันผลครึ่งปีแรก 2569  ของ NER คาดเพียงราว 0.05 บาทต่อหุ้น ทำให้ยังไม่มีปัจจัยหนุนการลงทุนในระยะสั้น - กลาง เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำ Wait & See หากมีสถานะอาจ Switch ไป STA หรือ TEGH

ข่าวที่เกี่ยวข้อง