วิเคราะห์ 2 กองทุน ETF “ทองคำ” แหวกแนวแต่ผลตอบแทนชนะตลาด

ท่ามกลางสถานการณ์ “ราคามองคำ” ที่ยังคงร้อนแรง และถึงแม้ว่าจะมีความผันผวนในบางช่วงเวลา ทองคำยังคงสร้างผลตอบแทนกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปี สร้างความสนใจให้กับนักลงทุนเข้ามาลงทุนในทองคำ โดยเฉพาะกองทุน ETF โดยมี 2 กองทุน ETF ทองคำ ที่มีนโยบายการลงทุนที่แปลกแหวกแนวกว่า ETF ทั่วไป แต่สามารถสร้างผลตอบแทนที่เอาชนะตลาดทองคำได้
สถานการณ์ และปัจจัยหลาย ๆ อย่างทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การค้า มาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาที่ถูกศาลตัดสินให้หมดอำนาจลง เพราะเป็นการใช้อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ที่เกินขอบเขต และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังคงคุกรุ่นในหลายภูมิภาค ล้วนแล้วแต่ผลักดันราคาทองคำให้ยังคงเดินหน้าเพิ่มขึ้นสลับกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวได้ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาลงทุนในทองคำ ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทองคำจริง หรือ Physical Gold และการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ รวมถึงการลงทุนในกองทุน ETF ทองคำ ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่มีลักษณะของการลงทุนที่แต่งต่างกันไป
โดยเฉพาะการลงทุนใน ETF ทองคำ ที่ก็มีหลากหลายกองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุน SPDR ซึ่งถือว่าเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ในปัจจุบันก็มีกองทุน ETF ทองคำอื่น ๆ ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน ซึ่งก็มีกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกัน เพื่อสามารถตอบโจทย์นักลงทุนทที่มีความต้องการที่แตกต่างกันได้ในปัจจุบัน
โดยส่วนใหญ่กองทุน ETF ทองคำ ก็มักจะทำผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของตลาดทองคำ แต่กลับมี 2 กองทุน ETF ทองคำ ที่มีกลยุทธ์การลงทุนในทองคำ และโลหะมีค่าอย่างซิลเวอร์แปลกที่แหวกแนวไปจาก ETF ทองคำอื่น ๆ แต่กลับทำผลงานได้ดีกว่า สามารถสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าตลาดทองคำได้
เรากำลังพูดถึงกองทุน ETF สองกองทุน ได้แก่ Kurv Gold Enhanced Income หรือ KGLD และ Kurv Silver Enhanced Income หรือ KSLV ที่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีกว่าตลาดโลหะมีค่าพื้นฐานทั้งทองคำ และซิลเวอร์ได้ โดยใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป แถมทั้ง 2 กองทุนนี้ยังมีนโยบายที่จ่ายเงินปันผลด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วกองทุน ETF โลหะมีค่าจะไม่มีนโยบายเช่นนั้น จะเป็นในลักษณะกองทุนที่สะสมมูลค่าเพียงเท่านั้น
ซึ่งจังหวะเวลาการลงทุนของทั้ง 2 กองทุนสมบูรณ์แบบมากหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าชั่วคราวในระดับ 10-15% กับนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับนโยบายการค้าโลกให้เกิดความวิตกกังวลอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ากองทุน ETF ที่ลงทุนสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งทองคำ และซิลเวอร์เช่นเดียวกับทั้งสองกองทุนนี้กำลังเป็นทางเลือก และสามารถดึงดูดนักลงทุนที่มีความกังวลได้เป็นอย่างดี
โดยหน่วยลงทุนของ Kurv Gold Enhanced Income ให้ผลตอบแทนมากกว่า 20% ในปีนี้ ทำให้เป็นกองทุน ETF สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการซื้อขายอย่างคึกคักและให้ผลตอบแทนสูงสุด โดยให้ผลตอบแทนมากกว่า 8% ในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียว ตามข้อมูลของ Morningstar Direct ซึ่งรวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผล 1.7% ในขณะที่ ETF ทองคำยักษ์ใหญ่อย่าง SPDR Gold Shares หรือ GLD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18% ในปีนี้
ในขณะเดียวเดียวกันกองทุน ETF ซิลเวอร์อย่าง Kurv Silver Enhanced Income ก็ให้ผลตอบแทนที่มากกว่า 20 ในปีนี้เช่นเดียวกัน เมื่อเทียบกับกองทุน ETF ซิลเวอร์หลักของโลกอย่าง iShares Silver Trust หรือ SLV ที่ให้ผลตอบแทน 18% ในปีนี้ แล้วอะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของกองทุน Kurv
เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของทั้ง 2 กองทุน พบว่ามีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ เพราะทั้ง 2 กองทุนไม่ได้แค่ถือครองโลหะมีค่าเท่านั้น แต่ทั้ง 2 กองทุนยังเพิ่มการลงทุนในพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มรายได้ โดยเงินลงทุนเกือบ 29% ของ Kurv Gold Enhanced Income อยู่ในพันธบัตรกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ทั้ง 2 กองทุนยังทำสัญญาซื้อขายออปชั่นเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากพอร์ตการลงทุนอีกด้วย
ซึ่งเมื่อสรุปภาพรวมของกองทุน ETF ที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ชั้นนำ กอลทุน ETF ที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ของ Kurv กำลังได้รับผลกำไร และสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนจากองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมากกว่า ETF สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปที่ผลตอบแทนก็พุ่งสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภัยคุกคามจากภาษีศุลกากรที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนใจคำตัดสินของศาลฎีกา และภาวะเงินเฟ้อ ล้วนเป็นปัจจัยที่ล้วนสนับสนุนราคาทองคำ และซิลเวอร์ โดยที่ผ่านมา ETF ทองคำ และซิลเวอร์ สามารถครองตำแหน่ง ETF ที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุด มีเพียงกองทุน ETF น้ำมันเท่านั้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าทองคำ และซิลเวอร์ แต่ก็เต็มไปด้วยความผันผวนเช่นกัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนจากภัยคุกคามทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในปีนี้
จะเห็นได้ว่าการลงทุนในทองคำมมักจะได้รับความนิยม และสร้างผลตอบแทนได้ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทองคำยังคงถูกจัดว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับหนึ่งที่นักลงทุนยกให้เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าท่ามกลางสถานการณ์ต่าง ๆ ที่มีความไม่แน่นอนนั้น อาจเกิดการพลิกผัน หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ราคาทองคำ และโลหะมีค่าก็อาจจะเผชิญกับความผันผวนรุนแรงได้ด้วยเช่นเดียวกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
