รีเซต

อินโดฯดัน “เผาขยะผลิตไฟฟ้า” นักวิชาการเตือนแก้ผิดทาง ส่อกระทบสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม

อินโดฯดัน “เผาขยะผลิตไฟฟ้า” นักวิชาการเตือนแก้ผิดทาง ส่อกระทบสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม
TNN ช่อง16
20 เมษายน 2569 ( 12:30 )
14

อินโดนีเซียกำลังเดินหน้าผลักดันนโยบายแปลงขยะเป็นพลังงาน (Waste-to-Energy: WtE) เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยรัฐบาลของประธานาธิบดี “ปราโบโว ซูเบียนโต” ได้ออกกฎระเบียบ วางแผนสร้างโรงไฟฟ้าขยะทั่วประเทศ หวังลดภาระของหลุมฝังกลบและผลิตไฟฟ้าควบคู่กัน

อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวกำลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักสิ่งแวดล้อมและภาคประชาสังคม ที่มองว่าโครงการนี้อาจละเลยมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่จำเป็น และเสี่ยงซ้ำเติมความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะต่อชุมชนรายได้น้อย

สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขยะไม่ใช่เรื่องใหม่ในอินโดนีเซีย โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี “โจโค วิโดโด” ซึ่งเคยผลักดันให้เป็น “โครงการยุทธศาสตร์ชาติ” ในปี 2016 ครอบคลุม 7 เมืองใหญ่

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถูกท้าทายทางกฎหมาย เมื่อองค์กรภาคประชาชน 6 แห่งและประชาชน 15 คนยื่นฟ้องต่อศาลสูงสุด โดยชี้ว่าอาจขัดต่อกฎหมายและละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

ศาลสูงสุดมีคำตัดสินให้ยกเลิกกฎระเบียบดังกล่าวในปีเดียวกัน โดยระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงและกระทบสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน

แม้มีคำตัดสินดังกล่าว แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังคงผลักดันนโยบายในรูปแบบคล้ายเดิม และขยายโครงการเป็น 12 เมือง ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเพิกเฉยต่อคำสั่งศาล

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลด้านเศรษฐกิจ โดยหน่วยงานปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซียระบุว่า โครงการ WtE อาจสร้างภาระทางการเงินระยะยาว เนื่องจากรัฐและท้องถิ่นต้องทำสัญญาซื้อไฟฟ้ายาวนานกว่า 20 ปี ทั้งที่บางพื้นที่ เช่น เกาะชวาและบาหลี มีไฟฟ้าเกินความต้องการอยู่แล้ว

ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าขยะที่เปิดดำเนินการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ เมืองโซโล และสุราบายา ซึ่งกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญ และรายงานจากองค์กรสิ่งแวดล้อม WALHI ระบุว่า ชุมชนที่อาศัยใกล้โรงไฟฟ้าในเมืองโซโลประสบปัญหาสุขภาพ เช่น ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก และผื่นคัน รวมถึงได้รับผลกระทบจากเสียงดังและกลิ่นรบกวนตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบในพื้นที่สุราบายาพบว่าค่าฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 สูงกว่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลกถึง 8 เท่า อีกทั้งยังพบอนุภาคไมโครพลาสติกในสิ่งแวดล้อมรอบโรงไฟฟ้า รวมถึงบริเวณโรงเรียนและตลาด

นักวิจัยยังพบว่า กากของเสียและน้ำชะขยะจากกระบวนการเผา อาจปนเปื้อนแหล่งน้ำใกล้เคียง และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศริมแม่น้ำ

แม้รัฐบาลจะมองว่า WtE เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโรงไฟฟ้าขยะจำเป็นต้องใช้ขยะจำนวนมาก โดยเฉพาะพลาสติกที่ให้พลังงานสูง นั่นหมายความว่า การสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้มีการผลิตพลาสติกใช้ครั้งเดียวมากขึ้น แทนที่จะลดการใช้ตั้งแต่ต้นทาง

อีกทั้ง การเผาพลาสติกยังทำลายทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้ และกระทบต่อแรงงานนอกระบบที่พึ่งพาอุตสาหกรรมรีไซเคิล

นักสิ่งแวดล้อมเสนอว่า อินโดนีเซียควรหันไปเน้นมาตรการลดและป้องกันขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การส่งเสริมระบบรีไซเคิล และแนวคิด “เมืองปลอดขยะ”

พร้อมเตือนว่า หากรัฐบาลยังคงเดินหน้าขยายโครงการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ ชุมชนในเมืองอื่น ๆ อาจต้องเผชิญปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นแล้วในโซโลและสุราบายา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง