รีเซต

วัคซีนต้านโควิด J&J เข็มกระตุ้นป้องกันอาการรุนแรงของ “โอมิครอน” ได้ 84 %

วัคซีนต้านโควิด J&J เข็มกระตุ้นป้องกันอาการรุนแรงของ “โอมิครอน” ได้ 84 %
TNN ช่อง16
15 มกราคม 2565 ( 10:10 )
56
วัคซีนต้านโควิด J&J เข็มกระตุ้นป้องกันอาการรุนแรงของ “โอมิครอน” ได้ 84 %

วันนี้ ( 15 ม.ค. 65 )แอฟริกาใต้เผยผลการศึกษาที่อ้างว่าเป็นครั้งแรก ที่ชี้ชัดประสิทธิภาพวัคซีนเข็มกระตุ้นต่อ “โอมิครอน” พบว่า วัคซีนต้านโควิด-19 ของ Johnson & Johsnson สามารถป้องกันผู้ติดเชื้อ “โอมิครอน” จากอาการรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาลได้ร้อยละ 84 ผลการศึกษาอีกชิ้นยังพบว่า “โอมิครอน” มีอาการรุนแรงน้อยกว่าโควิด-19 กลายพันธุ์ตัวก่อน ๆ แม้ในผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน

แอฟริกาใต้เผยผลการศึกษา 2 ฉบับ เกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนต่อการป้องกันโควิด-19 กลายพันธุ์ “โอมิครอน” และความรุนแรงของ “โอมิครอน” เมื่อเทียบกับโควิดกลายพันธุ์ตัวก่อน ๆ 

ผลการศึกษาฉบับแรกเป็นของสภาวิจัยด้านการแพทย์ของแอฟริกาใต้ ได้รับการเปิดเผยเมื่อวานนี้ (14 มกราคม) โดยศึกษาจากบุคลากรการแพทย์กลุ่มใหญ่ 477,234 คน ทั้งหมดได้รับวัคซีนของ Johnson & Johnson หรือ J&J จำนวน 1 เข็ม โดยให้ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้  คือประมาณ 236,000 คน ได้รับการฉีดวัคซีน J&J เข็มกระตุ้น เพื่อเปรียบเทียบผลระหว่าง 2 กลุ่มทดลอง

ผลปรากฏว่า วัคซีน J&J เข็มกระตุ้น สามารถลดการเข้าโรงพยาบาลของบุคลากรการแพทย์ในกลุ่มทดลองนี้  ที่ติดเชื้อโอมิครอนในช่วงการระบาดรอบที่ 4 ลงได้ร้อยละ 63 ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากได้รับเข็มกระตุ้น และลดลงอีกถึงร้อยละ 84 ในช่วง 1-2 เดือนหลังได้รับเข็มกระตุ้น

ด้าน เกลนดา เกรย์ ผู้อำนวยการสภาวิจัยด้านการแพทย์ของแอฟริกาใต้ ผู้ทำการศึกษานี้ อ้างว่า นี่เป็นหลักฐานแรกของโลก ที่ชี้ชัดถึงประสิทธิภาพของวัคซีนเข็มกระตุ้น ที่มีต่อโอมิครอน โดยการศึกษาของแอฟริกาใต้เพิ่งทำกับวัคซีนของ J&J เพียงเจ้าเดียว

ในวันเดียวกัน ผลการศึกษาอีกฉบับของแอฟริกาใต้เกี่ยวกับความรุนแรงของโอมิครอน โดยสถาบันโรคติดต่อแห่งชาติของแอฟริกาใต้ พบว่า โอมิครอนอาจทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการรุนแรงน้อยกว่ากลายพันธุ์ตัวก่อน ๆ ที่ผ่านมา แม้แต่ในผู้ติดเชื้อโอมิครอนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนต้านโควิด

สำหรับวัคซีนต้านโควิด-19 ของ Johnson & Johnson หรือ J&J เป็นวัคแบบฉีดเพียงเข็มเดียวครบโดสขณะนี้แอฟริกาใต้กำลังผจญกับคลื่นการระบาดของโควิด-19 เป็นระลอกที่ 4 เนื่องจากการเกิดขึ้นของ “โอมิครอน”.

ภาพจาก : AFP

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง