Data Center ไทยโตแรง ดันเงินลงทุนดิจิทัลทะลุ 1.12 ล้านล้านบาท

เศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลกไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะแพลตฟอร์ม ซอฟต์แวร์ หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการจัดเก็บ ประมวลผล และส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลให้รวดเร็วเพียงพอ
Data Center หรือศูนย์ข้อมูล จึงกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไม่ต่างจากไฟฟ้า ถนน และระบบโทรคมนาคม เพราะบริการตั้งแต่ Cloud Computing, AI, E-commerce, Fintech ไปจนถึง Streaming ล้วนต้องพึ่งพาศูนย์ข้อมูล
สำหรับประเทศไทย การลงทุน Data Center กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่เม็ดเงินมหาศาลที่กำลังไหลเข้ามาก็สร้างคำถามตามมาว่า ไทยจะเปลี่ยนเงินลงทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นงาน เทคโนโลยี และรายได้ของธุรกิจไทยได้มากแค่ไหน
ไทยมี Data Center 42 แห่ง เงินลงทุนใหม่กว่า 7.28 แสนล้านบาท
ประเทศไทยมี Data Center ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 42 แห่ง ขณะที่การลงทุนใหม่กำลังเร่งตัวอย่างมาก
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า เฉพาะปี 2568 มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนกิจการ Data Center รวม 36 โครงการ มูลค่ารวม 728,000 ล้านบาท โดยกระจายอยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
ในจำนวนนี้ ระยองมีสัดส่วน 33% ชลบุรี 32% และสมุทรปราการ 12% ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพฯ
BOI มองว่า การเพิ่ม Data Center ภายในประเทศจะช่วยลดความหน่วงในการรับส่งข้อมูล หรือ Low Latency เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และสนับสนุน Data Sovereignty หรือความสามารถในการจัดเก็บและบริหารข้อมูลสำคัญภายในประเทศ
โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้มีความสำคัญมากขึ้นตามการเติบโตของ AI, Cloud, Fintech และ E-commerce ซึ่งต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน Data Center ยังสร้างความต้องการต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่งานก่อสร้าง ระบบไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ ระบบทำความเย็น อุปกรณ์เครือข่าย โทรคมนาคม การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงวิศวกรและบุคลากรดิจิทัล
เงินลงทุนดิจิทัลครึ่งปีแรกพุ่ง 1.12 ล้านล้านบาท
การเติบโตของ Data Center กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเงินลงทุนของประเทศไทยไปพร้อมกัน
ข้อมูล BOI ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 1,299 โครงการ มูลค่า 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ที่โดดเด่นที่สุดคือ อุตสาหกรรมดิจิทัล มีมูลค่าคำขอลงทุนประมาณ 1.12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 76% ของมูลค่าคำขอส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก Data Center, Data Hosting และ Cloud Services ซึ่งกำลังได้รับแรงส่งจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI
เงินลงทุนยังเชื่อมต่อไปถึงอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ Optical Transceiver, Printed Circuit Board หรือ PCB, Hard Disk Drive ไปจนถึงอุปกรณ์ Network และ Cooling System สำหรับ Data Center
นี่จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะใช้ Data Center เป็นฐานต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงการสร้างอาคารสำหรับตั้ง Server
เงินลงทุนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ขนาดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับประโยชน์มากเพียงใด
โจทย์สำคัญกว่าคือ เงินลงทุนจะหมุนเวียนอยู่ในประเทศเท่าไร สร้างงานประเภทใด และผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ได้ลึกเพียงใด
ข้อมูลที่ สภาพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) นำเสนอชี้เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Data Center มากกว่า 60% เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยเฉพาะอุปกรณ์เทคโนโลยีสำคัญ ทำให้เงินลงทุนส่วนหนึ่งไหลกลับออกไปต่างประเทศ
ดังนั้น ตัวเลขลงทุนหลายแสนล้านหรือระดับล้านล้านบาทจึงไม่สามารถนับเป็นมูลค่าเพิ่มที่ตกอยู่กับเศรษฐกิจไทยทั้งหมด
ในช่วงแรก ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์จากงานก่อสร้าง การพัฒนาที่ดิน ระบบไฟฟ้า ระบบสำรองไฟ ระบบทำความเย็น และสาธารณูปโภคต่างๆ
แต่โจทย์ระยะยาวคือทำอย่างไรให้ธุรกิจไทยขยับจากการเป็นผู้รับเหมาและติดตั้ง ไปสู่บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เช่น Engineering, Facility Management, Cloud, Cybersecurity, AI Infrastructure และบริการเทคโนโลยีอื่น
Data Center โจทย์ใหม่ของไทย
อีกด้านของการเติบโตคือ Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก โดยเฉพาะไฟฟ้าสำหรับระบบประมวลผลและระบบทำความเย็น รวมถึงน้ำในระบบระบายความร้อนบางประเภท
กรณีศึกษาที่ สศช. หยิบมาวิเคราะห์คือ ไอร์แลนด์ ซึ่ง Data Center ใช้ไฟฟ้าถึงประมาณ 21% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ จนเกิดข้อจำกัดต่อการพัฒนาโครงการใหม่
ประเด็นนี้สำคัญต่อประเทศไทย เพราะพื้นที่ที่ Data Center สนใจลงทุนจำนวนมากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำอยู่แล้ว
โดยเฉพาะ “น้ำ” ซึ่งต้องแบ่งใช้ระหว่างครัวเรือน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และ Data Center หากวางพื้นที่หรือขนาดโครงการไม่สอดคล้องกับศักยภาพของแหล่งน้ำ อาจนำไปสู่การแข่งขันใช้ทรัพยากรในอนาคต
สถานการณ์ล่าสุดทำให้ภาครัฐเริ่มปรับแนวทางจากการ “ดึงการลงทุน” ไปสู่การคัดเลือกการลงทุนที่สร้างประโยชน์ต่อประเทศมากขึ้น
ข้อมูลรัฐบาลระบุว่า ในช่วงปี 2567–2569 มีโครงการ Data Center ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนแล้ว 42 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 750,000 ล้านบาท และมี IT Load รวมประมาณ 3,400 เมกะวัตต์
BOI กำลังพิจารณาโครงการในหลายมิติ ทั้งประโยชน์ต่อประเทศไทย ความพร้อมด้านไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยรัฐบาลต้องการให้โครงการสร้างงานทักษะสูง พัฒนาวิศวกรและช่างเทคนิคไทย รวมถึงเชื่อม SMEs ไทยเข้าสู่ Supply Chain
สศช. เสนอวางกติกา Data Center
สศช. เสนอให้ไทยเตรียมระบบกำกับ Data Center ให้ทันกับการลงทุนที่กำลังเร่งตัว โดยโจทย์ครอบคลุมตั้งแต่หน่วยงานกำกับ กฎหมาย การประเมินผลกระทบด้านทรัพยากร ไปจนถึงการเพิ่มบทบาทของธุรกิจและแรงงานไทย
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการประเมินผลกระทบในระดับพื้นที่และภาพรวม เพื่อดูผลสะสมของหลายโครงการพร้อมกัน ทั้งความต้องการไฟฟ้า น้ำ และศักยภาพของพื้นที่ แทนการพิจารณาเฉพาะแต่ละโครงการแยกจากกัน
อีกด้านคือการเพิ่ม Local Content ทั้งสินค้า บริการ และบุคลากรไทย เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนไม่หยุดอยู่เพียงงานก่อสร้าง แต่ต่อยอดไปถึงระบบไฟฟ้า Cooling System อิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรม และบริการเทคโนโลยี
ภาครัฐยังเดินหน้าแนวทางเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน รวมถึงกลไก Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของ Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่
จาก “ดึงเงินลงทุน” สู่ “สร้างเศรษฐกิจดิจิทัลไทย”
การเข้ามาของ Data Center ระดับโลกถือเป็นโอกาสสำคัญ เพราะสามารถยกระดับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Cloud และ AI รวมถึงดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่นให้ตามเข้ามา
แต่ความสำเร็จไม่ควรวัดจากมูลค่าคำขอลงทุนเพียงอย่างเดียว
หาก Server อุปกรณ์ และเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต้องนำเข้า ขณะที่ธุรกิจไทยได้รับงานเฉพาะช่วงก่อสร้าง ประเทศอาจได้รับมูลค่าเพิ่มเพียงบางส่วนจากเงินลงทุนจำนวนมหาศาล
โจทย์ใหญ่ของไทยจึงต้องเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรให้ Data Center เข้ามาลงทุน” ไปเป็น ทำอย่างไรให้ Data Center ที่เข้ามา สร้างงาน สร้างทักษะ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างธุรกิจใหม่ให้คนไทย
เพราะในระยะยาว สิ่งที่จะกำหนดความคุ้มค่าของ Data Center ไม่ใช่ว่าไทยดึงเงินลงทุนเข้ามาได้กี่แสนล้านบาท แต่คือ มูลค่าจากเงินลงทุนเหล่านั้นเหลืออยู่ในประเทศไทยมากแค่ไหน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
