รีเซต

กรมควบคุมโรค เผยพบผู้เสียชีวิตจาก"โรคพิษสุนัขบ้า"รายแรกของปี 69 หลังถูกลูกสุนัข​กัด​ และมีอาการเพียง 2 วัน

กรมควบคุมโรค เผยพบผู้เสียชีวิตจาก"โรคพิษสุนัขบ้า"รายแรกของปี 69 หลังถูกลูกสุนัข​กัด​ และมีอาการเพียง 2 วัน
TNN ช่อง16
13 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:44 )
16

กรมควบคุมโรค แนะประชาชนเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ และเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามกำหนดให้ครบชุด หลังจากถูกสุนัข หรือแมวกัด ข่วน หรือเลียบาดแผล ย้ำประชาชนที่เลี้ยงสุนัข และแมวต้องมีความรับผิดชอบในการนำสัตว์เลี้ยงทุกตัวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี


วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2569) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข่าวแจ้งเตือนสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในปี 2569 (วันที่ 25 มกราคม) กรมควบคุมโรคได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตยืนยันโรคพิษสุนัขบ้า 1 ราย ที่จังหวัดระยอง ซึ่งนับเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นรายแรกของปี 2569 โดยผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย สัญชาติเมียนมา อายุ 36 ปี โดยเริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 ด้วยอาการแน่นหน้าอกหลังดื่มน้ำ หายใจไม่สะดวก และเวียนศีรษะ และเสียชีวิตในวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา 


จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้เสียชีวิตมีประวัติถูกลูกสุนัขซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่ามีเจ้าของกัดบริเวณอุ้งมือขวาช่วงเดือนธันวาคม 2568 หลังถูกกัดไม่ได้ทำความสะอาดบาดแผล และไม่ได้พบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และภายหลังวันเกิดเหตุไม่มีใครพบลูกสุนัขตัวดังกล่าว จึงไม่สามารถระบุอาการและไม่ทราบประวัติการมีชีวิตของลูกสุนัขตัวดังกล่าวได้

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

สำหรับสถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย ยังพบสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้ทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของไทย โดยในปี 2568 พบรายงานผู้เสียชีวิตด้วยโรคพิษสุนัขบ้าจำนวน 7 ราย ที่จังหวัดชลบุรี ตาก ศรีสะเกษ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และระยอง ทั้งหมดเสียชีวิตจากการไม่ไปพบแพทย์หลังถูกกัด ทำให้ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสโรคกว่าครึ่งติดเชื้อมาจากสุนัขที่มีเจ้าของ ทั้งนี้ ยังมีประชาชนที่ไม่ตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้ ทั้งที่เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่เกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดสามารถนำเชื้อนี้สู่คนได้ทางน้ำลาย ผ่านการกัด ข่วน หรือเลียโดนผิวหนังเปิด หรือเป็นแผล 


สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้ยึดหลักปฏิบัติเมื่อถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผลว่า ควร "ล้างแผล ใส่ยา กักหมา หาหมอ ฉีดวัคซีนให้ครบ" นอกจากนี้ เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรนำสุนัข และแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ โดยสัตว์ที่พบเป็นโรคพิษสุนัขบ้าบ่อย และเสี่ยงติดสู่คนมากที่สุด ได้แก่ สุนัข และแมว ทันทีที่ถูกกัด หรือข่วนต้องรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบตามจำนวน เพราะระยะฟักตัวหลังได้รับเชื้อไม่แน่ชัดขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และปริมาณเชื้อที่ได้รับ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ถึง 2 เดือน บางรายอาจนานถึง 1 ปี หากปล่อยจนผู้ติดเชื้อแสดงอาการแล้วจะไม่สามารถรักษาได้ ต้องเสียชีวิตทุกราย โดยอาการที่จะแสดงส่วนใหญ่มักมีไข้ ปวดศีรษะ คันรุนแรงบริเวณบาดแผล คลุ้มคลั่ง กลัวแสง กลัวลม กลืนน้ำ หรืออาหารลำบาก



นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่มีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมวต้องนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนครั้งแรก เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุ 2 – 4 เดือน แล้วฉีดซ้ำตามกำหนดทุกปี ไม่ควรปล่อยสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้านตามลำพังโดยไม่ใส่สายจูง หากพบสุนัข หรือแมวมีอาการดุร้ายหรือเซื่องซึมจนป่วยตายผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งปศุสัตว์ในพื้นที่หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที การลดความเสี่ยงถูกสุนัขกัด หรือทำร้าย ควรยึดหลักคาถา 5 ย. คือ อย่าแหย่ ให้สุนัขโมโห โกรธ อย่าเหยียบ หาง หัว ตัว ขา หรือทำให้สุนัขตกใจ อย่าแยก สุนัขที่กำลังกัดกันด้วยมือเปล่า อย่าหยิบ ชามข้าว หรือย้ายอาหาร ขณะที่สุนัขกำลังกินอาหาร และอย่ายุ่ง หรือเข้าใกล้กับสุนัข หรือสัตว์ นอกบ้านที่ไม่มีเจ้าของ หรือไม่ทราบประวัติ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง