สลด! ผู้ด้อยโอกาส-คนไร้บ้าน ยกป้ายขอข้าวกินในสวนลุม วอนรัฐลงมาช่วยดูแล-ส่งกลับภูมิลำเนา

สลด! ผู้ด้อยโอกาส-คนไร้บ้าน ยกป้ายขอข้าวกินในสวนลุม วอนรัฐลงมาช่วยดูแล-ส่งกลับภูมิลำเนา
มติชน
22 เมษายน 2563 ( 20:20 )
139
สลด! ผู้ด้อยโอกาส-คนไร้บ้าน ยกป้ายขอข้าวกินในสวนลุม วอนรัฐลงมาช่วยดูแล-ส่งกลับภูมิลำเนา

จากกรณีที่มีภาพการของแบ่งปันระหว่างประชาชนสู่ประชาชนด้วยกัน ในภาวะวิกฤตที่ทุกคนต่างประสบกับความทุกข์ยากในการใช้ชีวิต เมื่อแฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดํา เผยแพร่ภาพการต่อแถวรอรับแจกอาหารของประชาชนบริเวณสวนลุมพินี ใจกลางกรุงเทพมหานครโดยมีผู้คนไร้บ้าน และผู้คนที่ตกงานจำนวนมาก ต่างนั่งแบบเว้นระยะห่าง เพื่อรอการรับแจกอาหารจากผู้ใจบุญที่เดินทางมาบรรเทาความหิวของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้น มีประชาชนจำนวนหนึ่ง เขียนป้ายร้องขอความช่วยเหลือ ที่แม้จะเป็นเพียงคำสั้นๆ แต่เมื่ออ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าสลดกับชะตะกรรมของพวกเขาในภาวะวิกฤตเช่นนี้ คือคำว่า “ขอข้าวกินหน่อยคะ”

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สวนลุมพินี ประตู 4 ได้พบกับน.ส. รสสุคนธ์หรือฝน สมัครบุตร อายุ 40 ปี อาชีพแม่ค้า เจ้าของลายมือขอข้าวหน่อย ได้เปิดเผยว่า โดยจากพิษโควิด ตนก็ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีเงินไปรักษาลูก ในช่วงเวลาลูกเข้ารพ. ตนต้องกินมาม่ามาหลายวันแล้ว ในวันนี้ตนตัดสินใจพาลูกเล็กออกมา เพราะไม่มีเงินซื้อนม ซึ่งตนยอมอาสาตัวเอง ไม่ว่าจะถูกมองว่าเป็นผู้นำชุมชนหรืออะไรก็ตาม แต่เมื่อตนมามองเห็นคนรอบข้าง เขาวิ่งไม่ได้ เขาเดินไม่ได้ เขาไม่มีเงินเลยสักบาท เขาไม่มีข้าวกิน ซึ่งตนก็วิ่งไปเอาข้าวให้พวกเขานะ แม้ตนจะเป็นความดันก็ตาม

น.ส. รสสุคนธ์ เปิดเผยต่อว่า ป้ายที่ทุกคนเห็น ตนเป็นคนเขียนเอง เพราะวันนั้น เป็นวันที่พวกตนที่อยู่ในสวนลุมพินีไม่ได้กินข้าวกันเลย หลังจากตนเขียนไป ตนก็ได้นำป้ายไปโบกมือขอข้าวอยู่ข้างถนน ซึ่งตนไม่รู้หรอกว่าจะมีใครมาแจกข้าวมั้ย แต่บางคนที่ตั้งใจมาแจกข้าวอยู่แล้ว เขาก็จอดเลยนะ ซึ่งตนก็ทำได้แค่นี้แหละ ตนก็เป็นคนไม่มี ตนก็ได้รับผลกระทบจากโควิดเหมือนกัน แต่ตนก็ทนไม่ได้ ตนไม่เคยห่อข้าวกับบ้าน เพราะตนกลัวคนในสวนลุมพินีนี้กินไม่อิ่ม

“ ในเมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในบ้านเมืองเรา ทำไมไม่จัดเจ้าหน้าที่มาดูแล นี้มีแต่เจ้าหน้าที่มาไล่ ตนอยากให้ทุกคนหันมามองคนที่สวนลุมพินีนั้นเป็นคนกลุ่มน้อย พวกเขาได้รับผลกระทบจากโควิด หลายคนก็ตกงาน ไม่มีที่อยู่ หลายคนก็ไม่มีเงินแม้จะกลับภูมิลำเนาของตนเอง หลายคนไม่มีแรงแม้กระทั่งลุกขึ้นไปเอาข้าว ถ้าตนไม่ทำเพื่อพวกเขา แล้วจะมีใครทำ” น.ส. รสสุคนธ์กล่าวปิดท้าย

ด้านน.ส.มยุรี ยอดชมภู อายุ 40 ปี อาชีพ รับจ้างเลี้ยงเป็ด 1ในผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โควิด-19 ที่มาพักอาศัยบริเวณสวนลุมพินี เล่าว่า ตนเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เดินทางเข้ากรุงเทพเพื่อมาหางานทำ และทำอาชีพรับจ้างเลี้ยงเป็ด ซึ่งตอนนี้เกิดวิกฤตโควิด-19 ทำให้ตกงาน ไม่มีเงิน ไม่มีข้าวกิน โดยก่อนหน้านี้ตนได้ไปพักอาศัยบริเวณหัวลำโพงอยู่ประมาณ 1เดือน และหลังจากที่หัวลำโพงปิด เลยย้ายมาที่นี่ ซึ่งความต้องการตอนนี้คืออยากกลับบ้านไปอยู่กับแม่ แต่ไม่มีทางไป รถไฟก็ปิด ไม่รู้จะเปิดเมื่อไหร่ รวมถึงอยากมีเงินติดตัวกลับบ้านซัก 1,000 บาท เอาไปให้แม่

น.ส.มยุรี เล่าต่อว่า ตั้งแต่ตนย้ายจากหัวลำโพงมาอยู่ที่บริเวณสวนลุมพินีได้ 4 วัน มีพี่ๆที่มาอยู่บริเวณเดียวกันนี้ให้เงิน 20 บาท เธอก็เอาไปซื้อน้ำดื่ม ปัจจุบันเหลือติดตัวแค่ 6 บาท กินอยู่แบบรอคนใจบุญมสแจกอาหาร นอนที่บริเวณสวนลุมพินีและเดินไปอาบน้ำที่ที้ปั้มซึ่งห่างจากบริเวณนี้ 2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปได้ ตน และคนอื่น ๆ ไม่มีใครอยากอยู่ที่นี่ เพราะนอนก็โดนยุงกัด แต่ต้องทน และไม่มีใครอยากมาขอข้าวคนอื่นกิน เพราะบางคนที่มาแจกข้าวกินก็ยังมาด่าว่า แต่อยากให้ทุกคนเห็นสภาพว่าคนจนก็แบบนี้แหละ ต้องนอนข้างทาง กินข้างทางตามสภาพ อยากให้มีคนใจบุญช่วยเหลือพวกตนทุกคน ให้มีเงินติดตัวบ้าง คนล่ะ 500-600บาท ก็ยังดี ส่วนตนนั้นก็อยากขอความกรุณาใครก็ได้ช่วยให้ตนมีเงิน1,000บาท ได้กลับบ้านหน่อย อยากกลับบ้านจริงๆ และหากอนาคตหาเงินที่หลังจากกลับจังหวัดสุรินทร์ไปแล้วมีเงินเก็บ 2,000 บาท หากมีคนที่ยังต้องการความช่วยเหลือก็จะลงมาช่วยเหลือเช่นกัน

“เรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาทว่า มีหลายคนบอกให้ตนนั้นยื่นขอ แต่ตนเองไม่รู้จักวิธีการยื่นขอรวมถึงไม่รู้ต้องทำอย่างไร เลยไม่ได้รับสิทธอ์ตรงนี้” มยุรีกล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจแหม่มโพธิ์ดำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง