รีเซต

Tesla Semi คันแรกออกจากสายการผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

Tesla Semi คันแรกออกจากสายการผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
TNN ช่อง16
2 พฤษภาคม 2569 ( 22:46 )
11

วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา Tesla ผลิตรถบรรทุกไฟฟ้า Tesla Semi คันแรกในสายการผลิตรถจำนวนมากเพื่อจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม โดยเปิดตัวรถคันดังกล่าวที่โรงงาน Gigafactory ในรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานเฉพาะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 1.7 ล้านตารางฟุต และถูกออกแบบมาให้รองรับกำลังการผลิตรถบรรทุกได้สูงถึง 50,000 คันต่อปี โครงการ Tesla Semi ถือเป็นหนึ่งในโครงการยานยนต์ที่ใช้เวลาพัฒนายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Tesla  

โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2017 และเลื่อนเป้าหมายการผลิตมาอย่างต่อเนื่องหลายปี นับจากปี 2019 ไปเป็น 2020, 2021 และ 2022 ก่อนที่จะเริ่มส่งมอบรถที่ประกอบด้วยมือ (Hand-built) ในสายการผลิตนำร่องจำนวนหนึ่งให้กับบริษัท PepsiCo ในช่วงปลายปี 2022 แต่ในตอนนั้นยังไม่เดินสายการผลิตจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทีมงานบริษัท Tesla ได้ปรับปรุงการออกแบบ ลดน้ำหนักของตัวรถลงประมาณ 1,000 ปอนด์ และสร้างโรงงานเฉพาะแห่งนี้ขึ้นมากลางทะเลทรายรัฐเนวาดา

สำหรับการผลิตเพื่อจำหน่ายจริง Tesla มีตัวเลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Standard Range วิ่งระยะทาง 325 ไมล์ต่อชาร์จ ในราคาประมาณ 260,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9.36 ล้านบาท และรุ่น Long Range วิ่งระยะทาง 500 ไมล์ต่อชาร์จ ในราคา 290,000 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 10.44 ล้านบาท ซึ่งทำให้มันกลายเป็นรถหัวลากไฟฟ้าแบบใช้แบตเตอรี่ Class 8 ที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดปัจจุบัน

รถบรรทุกทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ 3 ตัว (Tri-motor) ให้กำลังรวม 1,072 แรงม้า และรองรับความเร็วในการชาร์จผ่านสถานี Megacharger ได้สูงถึง 1.2 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่กลับมาได้ 60% ภายในเวลาเพียง 30 นาที

ความได้เปรียบที่สำคัญของโรงงานในเนวาดา คือ การบูรณาการแนวดิ่ง (Vertical integration) เนื่องจากเซลล์แบตเตอรี่แบบ 4680 ที่ใช้ในรถ Semi ก็ถูกผลิตขึ้นในอาคารเดียวกันนี้ ช่วยขจัดปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานที่เคยทำให้ Tesla ต้องชะลอการผลิตรถบรรทุกเพื่อนำแบตเตอรี่ไปใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมาเป็นเวลาหลายปี

แม้ว่าทุกอย่างกำลังจะดูเหมือนเดินหน้าสายการผลิตอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงมีเสียงวิจารณ์เรื่องการทุ่มสรรพกำลังไปที่การพัฒนาหุ่นยนต์ Optimus รวมไปถึงในช่วงหลังมานี้บริษัท Tesla และซีอีโออีลอน มัสก์ ได้เบนเข็มความสนใจไปสู่ผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต โดยเฉพาะรถแท็กซี่ไร้คนขับ (Cybercab) ซึ่งทำให้ลูกค้าจำนวนมากที่แฟนบริษัท Tesla รู้สึกคิดถึงยุคที่ Tesla มุ่งมั่นสร้างสรรค์รถยนต์ใหม่ๆ ที่มีพวงมาลัยและแป้นเหยียบจริงๆ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้อยากซื้อ มากกว่าโปรเจกต์สุดโต่งที่ดูล้ำอนาคต

อย่างไรก็ตาม หากบริษัท Tesla สามารถจัดการสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จโดยไม่ถูกโปรเจกต์อย่างหุ่นยนต์ Optimus ดึงทรัพยากรไปจนหมด Tesla Semi ก็อาจสร้างปรากฏการณ์พลิกโฉมวงการรถบรรทุก Class 8 ได้ในแบบเดียวกับที่รถยนต์ Model 3 เคยทำสำเร็จในตลาดรถซีดานมาแล้วก็เป็นไปได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง