รีเซต

"ศ.พิเศษกิติพงศ์" ดันแก้กฎหมายปลดล็อกเศรษฐกิจโต

"ศ.พิเศษกิติพงศ์" ดันแก้กฎหมายปลดล็อกเศรษฐกิจโต
TNN ช่อง16
12 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:22 )
8

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ส่วนตัวอย่างให้มีการผลักดันปรับและแก้ไขกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดในการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นข้อจำกัดของการเข้ามาลงทุนจากต่างชาติ และกฎหมายในการสร้าง Trust and Confident ที่ค้างมาจากรัฐบาลชุดก่อน 

รวมทั้งการทบทวนและยกเลิกกฎหมาย หรือ กิโยตินกฎหมาย (Regulatory Guillotine) และกฎหมายที่ค้างอยู่ในเพื่อมีส่วนในการปลดล็อกการเติบโตของเศรษฐกิจ ให้สูงขึ้นมาในระดับใกล้เคียงกับศักยภาพ จากปัจจุบันที่โตระดับ 1-2% เท่านั้น 

อย่างไรก็ดี การแก้ไขกฎหมายในบ้านเราเป็นเรื่องที่ยากมา เพราะระบบราชการเข้มแข็งมาก หากให้ยกตัวอย่างของกฎหมายที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ว่าเป็นข้อจำกัดในการเติบโตด้านเศรษฐกิจทั่วไป เช่น  การขอวีซ่า หรือ ต่ออายุวีซ่าของการเข้ามาทำงานหรือทำธุรกิจ หรือ กระทั่งแรงงานต่างด้าว ที่มีการยื่อนเอกสารหลักฐานในระบบของกระทรวงหรือกรมต่างๆ ที่มีหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว 


แต่เวลาขอวีซ่าหรือต่ออายุก็ต้องมายื่นเอกสารที่อยู่แล้วจำนวนมาก และต้องลงนามสำเนาถูกต้องอีก ทำไมต้องให้ยื่นซ้ำซ้อนอีก หรือการที่ต้องให้เดินทางไปแสดงตน ทั้งที่มีระบบออนไลน์ที่เราทำ KYC ได้ ,การแก้ไขกฎหมายในการขยายฐานภาษีแทนการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน หรือ ระบบจ่ายภาษีออนไลน์ครบวงจรที่ป้องกันการรั่วไหล รวมไปถึงการหักลดหย่อนอัตโนมัติ เป็นต้น  

โดยการแก้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมาที่ทำไม่ได้นั้น ส่วนใหญ่เพราะระบบราชการเข้มแข็งมากและมักจะอ้างความมั่นคง ทั้งที่ การให้หยุดงานไปดำเนินการตามขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานนเกินจำเป็น อาจหมายถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูง และเป็นการไม่อำนวยความสำดวกแก่แรงงานและภาคธุรกิจ  

สำหรับกฎหมายที่เขี่ยวข้องกับตลาดทุนที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขเพื่อสร้าง Trust and Confident กับรัฐบาลชุดใหม่ อาทิ กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทจดทะเบียนที่ทุจริตได้โดยตรง ไม่ต้องรอกระบวนการศาลที่ยังค้างอยู่ที่สภาฯ ปัจจุบันยังมีคดีใหญ่ๆ หลายคดีที่ยังไม่สั่งฟ้องศาล เช่น STARK ซึ่งประเทศไทยเรายังต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกลับมาโดยเร็ว ในการบังคับใช้กฎหมาย หากมีการทุจริตในตลาดทุนไทยต้องจัดการให้เร็ว โดยการแก้ไขควรทำได้ใน 8-12 เดือน โดยรัฐบาลใหม่ต้องใช้


"ผมหวังให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาจะเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมาย ทลายหลักที่เป็นกรอบคิดเดิมๆ เพราะหลายอย่างที่เราเปลี่ยนแปลงได้ช้า ซึ่งมันมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย ราชการก็ต้องเปลี่ยนแนวคิด รัฐบาลต้องไว อย่าง Guillotine น่าจะทำได้เร็ว เพราะแทบไม่ต้องศึกษาเลย เนื่องจากศึกษากันมาแล้วหลายรอบ และในบางเรื่องที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยก็สามารถโต้แย้งมาได้ แต่รัฐบาลต้องผลักดันและสั่งการให้ทำให้เสร็จ กระบวนการร่างกฎหมายต้องเร็วขึ้นกว่านี้ ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากฎหมายไม่ได้แก้ไขเลย เพราะแค่ศึกษาแล้วเข้าครม. เข้าสภาฯ และกฤษฎีกาวนไปวนมา เช่น การซื้อหุ้นคืนถ้าใช้เวลานาน ผ่านไปแล้วหุ้นขึ้นก็ต้องใช้เงินมากขึ้นหลายเท่า ทั้งที่เหล่านี้เป็นต้นทุนค่าเสียโอกาสของธุรกิจ "  ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ กล่าว 

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ กล่าวด้วยว่า วิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนไทยและประเทศไทยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการบังคับกฎหมายของเราย่อหย่อน ช้า และไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้เร็ว รวมทั้งการกำกับดูแลโดยใช้ดุลยพินิจ เป็นที่มาของคอร์รัปชัน รัฐบาลต้องกิโยตินกฎหมาย และเปิดข้อมูลให้โปร่งใส ซึ่งหนึ่งในวิธีแก้ปัญหามองว่า คือ การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)ให้อำนาจ ก.ล.ต. ในการฟ้องร้องได้เร็ว ซึ่งเชื่อว่าการกลับมาของรัฐบาล "อนุทิน 2" จะทำได้เร็ว เพราะเคยมีการหารือกันไปแล้วตั้งแต่   "อนุทิน 1" หากทำได้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ดีขึ้้นมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง