รีเซต

"มือถือจีน" ยอดตก! พิษวิกฤตชิป แต่แอปเปิล-ซัมซุง โตสวน

"มือถือจีน" ยอดตก! พิษวิกฤตชิป แต่แอปเปิล-ซัมซุง โตสวน
TNN ช่อง16
1 กันยายน 2569 ( 13:20 )
1

รายงานล่าสุดจากบริษัทวิจัยตลาด IDC (ไอดีซี) ที่ติดตามความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือ ระบุว่า ยอดจัดส่งมือถือทั่วโลก ช่วงไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ผ่านมา มีจำนวน 276 ล้าน 3 แสนเครื่อง ลดลงร้อยละ 7.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยวิกฤตชิปหน่วยความจำยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดมือถือต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุน ให้พุ่งขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกันกำลังซื้อที่ลดลง ยังได้สร้างแรงกดดันต่อตลาด ทำให้ยอดส่งมอบมือถือทั่วโลกหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน 

Nabila Popal ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสด้านอุปกรณ์ผู้บริโภคทั่วโลกของ IDC (ไอดีซี) กล่าวว่า ในปีนี้ ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นเกือบ 300% จากปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 65 ของต้นทุนชิ้นส่วนประกอบสินค้าสำหรับมือถือระดับล่าง ทำให้ผู้ผลิตที่มีผลิตภัณฑ์ในตลาดระดับล่างเป็นหลัก ต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการอยู่รอด

จาก 5 อันดับแรกผู้ผลิตสมาร์ตโฟนที่มียอดจัดส่งสูงสุด พบว่าอันดับของทั้ง Xiaomi (เสียวหมี่), OPPO (ออปโป้) และ vivo (วีโว่) ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อน แต่การหดตัวของยอดจัดส่งของผู้ผลิตจีนกลับรุนแรงขึ้น โดยลดลงในระดับเลขสองหลักเมื่อเทียบกับปีก่อน

ซึ่งตลาดมือถือราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นแหล่งสร้างยอดขายที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตจีน ทำให้หลายแบรนด์ต้องนำรุ่นเก่ากลับมาปรับแพ็คเกจใหม่ หรือหันกลับไปใช้สมาร์ตโฟน 4G เพื่อรักษาตลาดในช่วงราคาดังกล่าว ขณะเดียวกัน ก็ต้องบริหารจัดการต้นทุนอื่น ๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย

ขณะที่ แอปเปิลและซัมซุง เป็นเพียง 2 แบรนด์ในกลุ่มผู้ผลิต 5 อันดับแรก ที่มียอดส่งมอบเติบโต พร้อมกวาดส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น

เห็นได้จากข้อมูลส่วนแบ่งตลาดของผู้ผลิตมือถือโลก พบว่า ซัมซุง มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 19.4 ในช่วงไตรมาส 2 ของปีก่อน เพิ่มเป็นร้อยละ 22.7 ในไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ผ่านมา ส่วนแอปเปิล ก็มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 16.3 เป็นร้อยละ 20.2 

ส่วน Xiaomi (เสียวหมี่), OPPO (ออปโป้) และ vivo (วีโว่) กลับมีส่วนแบ่งตลาดลดลง จากยอดจัดส่งมือถือที่ลดลง โดยส่วนแบ่งตลาดของ เสียวหมี่ ลดลงจาก ร้อยละ 14.2 เป็นร้อยละ 11.3

ออปโป้ ลดลงจากร้อยละ 11.7 เหลือ 10.5 และ วีโว่ ลดลงจากร้อยละ 8.8 เหลือ ร้อยละ 7.7

สะท้อนว่าการชะลอตัวของตลาดในครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกันในทุกตลาด โดยวิกฤตชิปหน่วยความจำกำลังเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เล่นในตลาดพรีเมียมให้แข็งแกร่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันได้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อผู้ผลิตที่พึ่งพาตลาดระดับล่าง 

อย่างไรก็ดี แม้ว่ายอดจัดส่งมือถือในช่วงไตรมาส 2 จะลดลง แต่ในแง่รายได้ของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกกลับเติบโตขึ้น 

ข้อมูลจาก จาก Market Monitor Service ล่าสุดของ Counterpoint Research พบว่า รายได้ตลาดมือถือทั่วโลก ไตรมาส 2 ปี 2026 เติบโตร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 109,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยมือถือปรับสูงขึ้น โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีก่อน สู่ราคาเฉลี่ย 400 ดอลลาร์สหรัฐ ได้แรงหนุนจาก พฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปเลือกซื้อมือถือระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากการปรับขึ้นราคามือถือในพอร์ตของผู้ผลิตกลุ่มแอนดรอยด์ ที่เกิดจากแรงกดดันด้านต้นทุนหน่วยความจำ

Shilpi Jain นักวิเคราะห์อาวุโส เคาน์เตอร์พอยต์ รีเสริช กล่าวว่า มือถือกลุ่มระดับล่าง เมื่อเผชิญยอดขายลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงลดการเน้นขายในปริมาณมาก และปรับขึ้นราคาเพื่อรับมือกับต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้น และหันมาผลักดันรุ่นที่มีสเปกและความจุสูงขึ้น รวมถึงรุกตลาดพรีเมียม มากขึ้น

ส่วนครึ่งปีหลัง ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำและต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลงในระยะอันใกล้นี้ จึงคาดว่าผู้ผลิตจะยังคงปรับขึ้นราคาสินค้า และปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มราคาที่มีมูลค่าสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ปัญหาซัพพลายหรือการขาดแคลนชิ้นส่วน กำลังเป็นข้อจำกัดที่สำคัญของตลาดมากกว่าความต้องการซื้อ และคาดว่าจะกดดันยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนให้ลดลงรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ส่วนราคาขายเฉลี่ย ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในไตรมาสข้างหน้า 

อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังนี้ มือถือจอพับกำลังกลายเป็นสนามการแข่งขันใหม่ที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น โดย ซัมซุง ที่เป็นผู้นำในตลาดมือถือจอพับ ชิงเปิดตัว Galaxy Z Fold8 Series ไปก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ขณะที่ แอปเปิล มีคาดการณ์ว่าจะเปิดตัวมือถือจอพับรุ่นแรกของแบรนด์ เพื่อเข้าสู่ตลาดจอพับเป็นครั้งแรกในสัปดาห์หน้านี้

ส่วนค่ายจีนเองก็ยกระดับการแข่งขันในตลาดมือถือจอพับ เช่นกัน โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Huawei (หัวเว่ย) เพิ่งประกาศให้จองล่วงหน้า สำหรับมือถือรุ่น Mate XT2 สมาร์ตโฟนจอพับสามทบรุ่นใหม่ ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กันยายนนี้ 

โดย Mate XT2 เป็นรุ่นต่อยอดมาจาก Mate XT สมาร์ตโฟนจอพับสามทบรุ่นแรกของบริษัทฯ  และตามข้อมูลของ ไอดีซี รุ่นดังกล่าวมียอดขายประมาณ 470,000 เครื่อง และสร้างรายได้มากกว่า 1,300 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ เสียวหมี่ มีรายงานว่า เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ 18 Fold ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยเลือกใช้ชิปหน่วยความจำ LPDDR6 รุ่นล่าสุดจาก CXMT บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของจีน ซึ่งเพิ่งพลิกกลับมามีกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี พร้อมรายได้พุ่ง 874% จากปีก่อน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ ยังสะท้อนถึงการลดการพึ่งพาชิปหน่วยความจำจากต่างประเทศอีกด้วย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง