'นายกฯ' ติดตามสางหนี้ เตรียม 3.8 หมื่นล้าน ให้นักเรียน กู้ต่อ กยศ. ไม่ต้องมีคนค้ำฯ

'นายกฯ' ติดตามสางหนี้ เตรียม 3.8 หมื่นล้าน ให้นักเรียน กู้ต่อ กยศ. ไม่ต้องมีคนค้ำฯ
มติชน
22 มิถุนายน 2564 ( 10:12 )
50
'นายกฯ' ติดตามสางหนี้ เตรียม 3.8 หมื่นล้าน ให้นักเรียน กู้ต่อ กยศ. ไม่ต้องมีคนค้ำฯ

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แนวทางการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อการศึกษา โดยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เตรียมเงินไว้ 3.8 หมื่นล้านบาทรองรับผู้กู้ในปีการศึกษา 2564 จำนวน 6.24 แสนคน ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ผู้กู้มีความยากลำบากในการหาผู้ค้ำประกัน กยศ. จึงได้ยกเลิกกำหนดที่ให้มีผู้ค้ำประกันการชำระเงินคืนกองทุน ในสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 โดยได้ปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 3 พันล้านบาทและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติอีกส่วนหนึ่ง รัฐบาลโดย กยศ. ยืนยันมีวงเงินเหลือพร้อมให้การสนับสนุนสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข

 

 

 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ กยศ. ขณะนี้มีลูกหนี้ 3.6 ล้านคนและผู้ค้ำประกัน 2.8 ล้านคน โดย กยศ. ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี คือ 1) ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัด 2) ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชี 3) ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมด 4) ลดเงินต้น 5% สำหรับผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัดและชำระหนี้ปิดบัญชีในคราวเดียว 5) ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% กรณีไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ซึ่งมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะมีผลถึง 31 ธันวาคม ปีนี้ สำหรับกรณีผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ประจำปี 2563 และ 2564 กยศ. จะชะลอการฟ้องคดีไปจนถึง 31 มีนาคมปีหน้า ยกเว้นคดีที่จะขาดอายุความในปีนี้พร้อมงดการขายทอดตลาด กรณีที่ถูกบังคับคดีจนถึงสิ้นปีนี้ กยศ. จะงดการขายทอดตลาด ส่วนผู้กู้ยืมเงินที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับการพักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปี

 

 

 

ทั้งนี้ ลูกหนี้ กยศ. ยังจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการอย่างรอบคอบก่อนประกาศใช้ อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ ลดเงินงวด ยืดเวลาผ่อนชำระ เป็นต้น ขณะเดียวกัน เบื้องต้นธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดมหกรรมผ่อนปรนการชำระหนี้ครู ยับยั้งสถานะไม่ให้เป็น NPL ส่งผลเสียทางเครดิต และกระทบต่อหน้าที่ราชการได้ในอนาคต โดยเลือกจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน ตามแผนการชำระหนี้ที่ธนาคารกำหนด เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือนานที่สุดไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เปิดให้แจ้งความประสงค์ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564

 

 

 

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยหนี้ครู บุคลากรทางการศึกษา และหนี้นักเรียนที่หยั่งลึกมานาน เน้นให้มีมาตรการแก้หนี้ที่เป็นระบบและเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทาวิกฤตหนี้สินภาคประชาชนให้มากที่สุด พร้อมเร่งสร้างวินัยและความรู้ทางการเงินที่ถูกต้องให้กับประชาชน ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน” น.ส.รัชดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

#ข่าวการเมือง #มติชน

‘นายกฯ’ ส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทย เข้าแข่งขันในโอลิมปิก-พาราลิมปิก ที่ญี่ปุ่น หวังนำชื่อเสียงกลับสู่ประเทศ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมติดตามกำหนดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 และพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมให้กำลังใจนักกีฬา และเชิญชวนชาวไทยส่งแรงเชียร์นักกีฬาไทยให้คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้ นายอนุชา กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2564 และพาราลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม - 5 กันยายน 2564 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “Tokyo 2020 Olympics” ซึ่งมีนักกีฬาจาก 206 ประเทศ จำนวนกว่า 11,000 คนเข้าร่วมการแข่งขัน จัดการแข่งขันทั้งหมด 33 ชนิดกีฬา ในสนามกีฬา 42 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทยจัดทัพนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ฝากกำลังใจ และอวยพรไปยังทัพนักกีฬาทุกคนและทีมงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ขอบคุณความตั้งใจ ความมุ่งมั่น ที่ร่วมกันฝึกซ้อม แม้ในสถานการณ์ที่มีความท้าทายมากกว่าสถานการณ์ปกติ ขอให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เพื่อนำชื่อเสียงกลับมาสู่ประเทศไทย และไม่ว่าจะได้รับเหรียญจากการแข่งขันหรือไม่ก็ตาม นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า นักกีฬาไทยทุกคนจะเป็นต้นแบบ เป็นแรงผลักดันให้แก่เยาวชนในด้านความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสามารถและฝึกฝนตนเองต่อไปในอนาคต พร้อมเน้นย้ำให้นักกีฬาปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขของประเทศเจ้าภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย ซึ่งจะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประเทศอื่นๆ ด้วยเช่นกัน การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 มีกีฬา 5 ชนิดที่เพิ่งได้รับการบรรจุเข้ามาหรือได้รับการบรรจุกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง ได้แก่ 1. เบสบอล(ชาย)/ซอฟต์บอล(หญิง) 2. คาราเต้ 3. ปีนหน้าผา (sport climbing) 4. กระดานโต้คลื่น (surfing) และ 5. สเก็ตบอร์ด (skateboarding) และในส่วนของ กีฬาพาราลิมปิกเกมส์ 2020 มีกีฬา 2 ชนิดที่บรรจุเข้ามาใหม่ ได้แก่ เทควันโด และแบดมินตัน นายอนุชา กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการกีฬาที่จะจำกัดจำนวนผู้เข้าชมและใช้การถ่ายทอดสดการแข่งขันเป็นหลัก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยจะมีพิธีเปิด Tokyo 2020 Olympics และเริ่มการแข่งขันในวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เป็นวันแรก ได้แก่ โปรแกรมการแข่งขันกีฬาขี่ม้า, เรือพาย และยิงปืน ซึ่งประชาชนสามารถรับชมและให้กำลังใจนักกีฬาไทยได้ผ่านช่องทางต่างๆ /////

12