รีเซต

UMA หุ่นยนต์ AI จากอดีตทีม Tesla ท้าชนวิกฤตขาดแคลนแรงงาน

UMA หุ่นยนต์ AI จากอดีตทีม Tesla ท้าชนวิกฤตขาดแคลนแรงงาน
TNN ช่อง16
8 กรกฎาคม 2569 ( 17:36 )
11

อดีตนักวิทยาศาสตร์ที่เคยร่วมพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Optimus ของบริษัท Tesla ได้เปิดตัวสตาร์ตอัปหุ่นยนต์เพื่อท้าชนคู่แข่งในวงการ โดยเลือกตั้งฐานอยู่ในยุโรป สตาร์ตอัปนี้มีชื่อว่า UMA หรือ Universal Mechanical Assistant ซึ่งเพิ่งเปิดตัวออกจากโหมดซุ่มพัฒนา (Stealth Mode) เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2025 ที่ผ่านมา 

บริษัท UMA ตั้งอยู่ในกรุงปารีส นำโดย เรมี กาเดน (Rémi Cadène) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ เขาเคยทำงานในทีมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Autopilot ของบริษัท Tesla เป็นเวลาราว 3 ปี โดยดูแลระบบ AI เบื้องหลังซอฟต์แวร์ช่วยขับขี่และหุ่นยนต์ Optimus 

ก่อนเขาจะลาออกจาก Tesla ในต้นปี 2024 เพื่อเป็นผู้นำการพัฒนาระบบ LeRobot ซึ่งเป็นคลังซอฟต์แวร์หุ่นยนต์แบบโอเพนซอร์สของแพลตฟอร์ม AI ระดับโลกอย่าง Hugging Face ทีมผู้ร่วมก่อตั้งยังมีไซมอน อลิเบิร์ต (Simon Alibert) อดีตวิศวกรจาก Hugging Face และร็อบ ไนท์ (Rob Knight) นักออกแบบหุ่นยนต์  

เปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ "Northstar" และเทคโนโลยี Real-Time Learning

บริษัท UMA ได้เผยโฉม "Northstar" หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์น้ำหนักเบา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างมูลค่าและใช้งานได้จริงในสภาพแวดล้อมต่างๆ ของมนุษย์ หุ่นยนต์รุ่นนี้มาพร้อมแนวคิดที่เรียกว่า "Dressed Machine" หรือหุ่นยนต์ที่มีเครื่องแต่งกาย และมีสัดส่วนใกล้เคียงมนุษย์ แต่ใช้กระจกหน้ากาก (Visor) แบบเรียบๆ แทนการมีใบหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความคลุมเครือระหว่างคนกับเครื่องจักร โครงสร้างภายนอกหุ้มด้วยวัสดุทางเทคนิคที่ดูนุ่มนวลแต่ยังคงเผยให้เห็นข้อต่อกลไกอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำตัวตนการเป็นเครื่องจักรแทนที่จะซ่อนมันไว้

นวัตกรรมที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ UMA คือ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ "Real-Time Learning" ที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ผ่านการสาธิตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาวิศวกรมาคอยป้อนโค้ดคำสั่งแบบเดิม ๆ ในทุกการใช้งาน หุ่นยนต์จะเรียนรู้ด้วยการสังเกต ทดลอง ฝึกฝน และพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ 

ปัจจุบันปัญหาคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ คือ เรื่องของซอฟต์แวร์ ซึ่งการทำให้หุ่นยนต์เข้าใจและโต้ตอบกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพได้อย่างชาญฉลาดนี้ ถือเป็นจุดแข็งที่สุดของทีม UMA

บริษัทUMA เลือกใช้กลยุทธ์ยุโรปต้องมาก่อนโดยเตรียมนำหุ่นยนต์ AI อเนกประสงค์เจาะกลุ่มโรงงาน โลจิสติกส์ และบ้านเรือนในยุโรปเป็นอันดับแรก การตัดสินใจนี้มาจากความต้องการแก้ปัญหาโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุ ค่าแรงที่พุ่งสูง และความจำเป็นของการใช้ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตขาดแคลนแรงงานที่คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 85 ล้านคนภายในปี 2030 ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลกว่า 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

แม้บริษัท UMA จะเพิ่งใช้เวลา 9 เดือนในการสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบแรกและยังไม่มีสินค้าพร้อมจำหน่าย แต่ปัจจุบันบริษัทกำลังเจรจากับลูกค้าเป้าหมายถึง 50 ราย และเตรียมเปิดตัวโครงการนำร่องในภาคอุตสาหกรรมภายในปีนี้  บริษัทได้เน้นย้ำวิสัยทัศน์สำคัญว่า หุ่นยนต์เหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อแทนที่มนุษย์ แต่จะเข้ามาช่วยรับภาระงานหนัก งานซ้ำซาก หรืองานที่อันตราย เพื่อช่วยขยายขีดความสามารถและคืนเวลาให้มนุษย์ได้มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เครื่องจักรทำแทนไม่ได้  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง