เชิญอาสาสมัคร 20 คน มาทำ Lucid Dream ใช้เสียงควบคุมฝัน ทดสอบแก้ปัญหา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น (Northwestern University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เผยผลการวิจัย มนุษย์สามารถ “ควบคุมเนื้อหาในความฝันได้จริงในระดับหนึ่ง” และความฝันอาจไม่ใช่เพียงภาพสะท้อนของจิตใต้สำนึกเท่านั้น แต่ยังสามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้อย่างมีศักยภาพ
ใช้ “เสียง” ชี้นำความฝัน
เป้าหมายของการวิจัยนี้ คือการตรวจสอบว่า ความฝันสามารถช่วยให้มนุษย์แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ และนักวิจัยสามารถชี้นำความฝัน ให้เกี่ยวกับปัญหาที่กำลังคิดอยู่ได้หรือไม่ โดยอาศัยหลักการที่เรียกว่า “การกระตุ้นความทรงจำระหว่างการนอนหลับ”
ในด้านการทดลอง ทางทีมวิจัยได้เชิญอาสาสมัครทั้งหมด 20 คน ที่เคยมีประสบการณ์ Lucid Dream (ลูซิด ดรีม) หรือ “การรู้ตัวว่ากำลังฝัน” มาทำการทดลอง เพื่อที่จะสามารถเก็บข้อมูลในความฝันได้แม่นยำสูงสุด โดยก่อนเข้านอน อาสาสมัครจะได้รับโจทย์ปริศนาเชาวน์หลายข้อ แต่ละข้อจะจับคู่กับ “เสียงเฉพาะ” ที่จะเล่นควบคู่ไปกับชื่อโจทย์นั้น ๆ อาสาสมัครจะทำโจทย์จนเหลือโจทย์ที่ไม่สามารถแก้ไขได้จำนวน 4 ข้อ
เมื่ออาสาสมัครหลับและเข้าสู่ช่วง REM sleep (เร็ม สลีป) หรือช่วงที่สมองทำให้เกิดความฝันเด่นชัดที่สุด นักวิจัยจะเปิดเสียงของโจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้ 2 ข้อจากทั้งหมด 4 ข้อ เพื่อกระตุ้นให้สมองดึงความทรงจำที่เกี่ยวกับโจทย์นั้น ให้เข้าไปอยู่ในความฝัน
ผลการทดลองพบว่า
อาสาสมัคร 75% รายงานว่ามีอย่างน้อยหนึ่งความฝัน ที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ซึ่งยังแก้ไขไม่ได้
โจทย์ที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงและปรากฏอยู่ในความฝัน มีอัตราการถูกแก้ได้ภายหลังสูงถึง 42%
ในขณะที่โจทย์ที่ไม่ได้ถูกกระตุ้น มีอัตราการแก้ได้เพียง 17%
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า การชี้นำความฝันสามารถเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหาได้อย่างมีนัยสำคัญ
เสียงสามารถเปลี่ยนความฝันได้ แม้ไม่รู้ตัวว่ากำลังฝันอยู่
แคเรน คอนโคลี (Karen Konkoly) หัวหน้าผู้เขียนงานวิจัย ระบุว่า แม้ผู้ฝันจะไม่ได้อยู่ในสภาวะ Lucid Dream อย่างเต็มรูปแบบ ความฝันก็ยังสามารถถูกชี้นำด้วยเสียงจากภายนอกได้
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงระหว่างการทดลอง เช่น บางคนฝันว่ากำลังเดินอยู่ในป่าเมื่อถูกกระตุ้นด้วยโจทย์เกี่ยวกับต้นไม้ ขณะที่บางคนฝันว่ากำลังตกปลาอยู่ในป่าดงดิบและกำลังคิดถึงโจทย์ที่ได้รับอยู่ในความฝัน นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมบางรายที่พยายามขอความช่วยเหลือจากตัวละครในฝัน เพื่อช่วยคิดคำตอบของโจทย์ที่ถูกกระตุ้นอีกด้วย
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สมองสามารถรับสัญญาณจากสิ่งเร้าภายนอกในขณะหลับ และนำไปผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาความฝันได้จริง
ข้อจำกัดของงานวิจัยและทิศทางในอนาคต
แม้ผลลัพธ์จะน่าสนใจ แต่นักวิจัยยอมรับว่ายังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ว่าการแก้ปัญหาเกิดขึ้น ภายในความฝันจริง ๆ หรือเป็นผลจากการคิดวิเคราะห์หลังตื่นนอน
ดังนั้น งานวิจัยในอนาคตมีแผนจะออกแบบการทดลอง ให้สามารถวัดความสามารถในการแก้ปัญหาได้ทันทีหลังออกจากช่วง REM sleep หรือพยายามสื่อสารกับผู้เข้าร่วมในขณะที่พวกเขายังอยู่ในความฝัน เพื่อแยกให้ชัดเจนว่ากระบวนการคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อใด
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังต้องการขยายการศึกษาไปสู่บทบาทของความฝันด้านอื่น ๆ เช่น การเรียนรู้ในภาพรวม ความคิดสร้างสรรค์ การควบคุมและประมวลผลทางอารมณ์
ทางนักวิจัยคาดหวังว่า ผลการค้นพบนี้จะช่วยให้วงการวิทยาศาสตร์เข้าใจ “หน้าที่ของความฝัน” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หากในอนาคตสามารถยืนยันได้ว่าความฝันมีบทบาทสำคัญต่อการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ และการจัดการอารมณ์ได้จริง ความฝันอาจถูกมองใหม่ในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของการดูแลสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต ไม่ใช่เพียงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นแบบไร้ความหมายในระหว่างการนอนหลับ
แหล่งที่มา:Northwestern University
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
