รีเซต

เป้ารัฐบาลไทย ดัน "หุ้นไทย" พุ่งทะลุ 2,000 จุด เพื่ออะไร? คนไทยจะได้อะไร?

เป้ารัฐบาลไทย ดัน "หุ้นไทย" พุ่งทะลุ 2,000 จุด เพื่ออะไร? คนไทยจะได้อะไร?
TNN ช่อง16
2 กันยายน 2569 ( 08:00 )

หุ้นไทยทะลุ 2,000 จุด ฝันจริงหรือแค่ความหวัง? เปิด 3 ความท้าทายที่ต้องฝ่าก่อนเงินถึงมือคนไทย


เป้าหมายใหญ่ที่ทำให้หลายคนต้องจับตา


ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จุดกระแสฮือฮาในงาน Thailand Focus 2026: Reignite Thailand ด้วยการประกาศความหวังที่จะเห็น SET Index แตะระดับ 2,000 จุด ภายในปี 2569 ตัวเลขนี้อาจฟังดูเป็นเรื่องของคนเล่นหุ้นเท่านั้น แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมรัฐบาลถึงจริงจังกับตัวเลขนี้ขนาดนี้ และถ้าหุ้นไทยขึ้นจริง คนทั่วไปอย่างเราจะได้อะไรบ้าง


หุ้นขึ้น ไม่ได้แปลว่าคนไทยรวยขึ้นทันที


SET Index ไม่ใช่คะแนนสอบเศรษฐกิจไทย แต่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากหุ้นไทยแข็งแกร่งขึ้นจนแตะ 2,000 จุดได้จริง นั่นหมายถึงนักลงทุนทั่วโลกเริ่มมองเห็นโอกาสในไทย บริษัทไทยมีแนวโน้มขายดีขึ้น กำไรเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมมีโอกาสเติบโตตามไปด้วย นี่จึงไม่ใช่แค่คำพูดให้กำลังใจ แต่คือความพยายามดึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกกลับมาสู่ไทยอีกครั้ง


ตัวเลขที่ยืนยันว่าเงินกำลังไหลเข้าจริง


ความหวังนี้มีตัวเลขรองรับไม่น้อย ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI พุ่งแตะ 1.47 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน ขณะที่การลงทุนในไตรมาส 2 ขยายตัวถึง 14% สูงสุดในรอบกว่า 11 ปี ในจำนวนนี้เป็นเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ราว 1.37 ล้านล้านบาท


ที่น่าจับตาคือเงินที่ไหลเข้าไม่ใช่แค่โรงงานแบบเดิม แต่กระจุกตัวในกลุ่ม New Economy โดยเฉพาะดิจิทัลที่มีมูลค่าลงทุนสูงสุดกว่า 1.11 ล้านล้านบาท ตามมาด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและอาหาร โลจิสติกส์ พลังงาน และยานยนต์ สะท้อนว่าไทยยังไม่ตกขบวนเศรษฐกิจโลก


3 ความท้าทายที่ไทยต้องฝ่าไปให้ได้


รัฐมนตรีคลังชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยุคนี้เผชิญ 3 แรงกดดันใหญ่ คือการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตก้าวกระโดดของ AI และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน-สภาพภูมิอากาศ สำหรับไทยแล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เผยให้เห็นจุดอ่อนเดิมที่ต้องยอมรับความจริง พร้อมเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ และบังคับให้ไทยต้องทบทวนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด


เป้าหมายใหญ่: ดันการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP


รัฐบาลวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของ GDP ผ่านเครื่องมือหลักอย่างการร่วมทุนรัฐ-เอกชน (PPP) กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และมาตรการ "Thailand Fast Pass" เพื่อเร่งดึงดูด FDI พร้อมตั้งเป้าดัน GDP ให้โตเกิน 3% และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของไทยสู่ 20 อันดับแรกของโลก


ตลาดหุ้นเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?


เกี่ยวมากกว่าที่คิด เพราะถ้าต้องการให้บริษัทไทยเติบโต บริษัทก็ต้องการเงินทุน และตลาดหุ้นคือช่องทางระดมทุนสำคัญ รัฐบาลจึงเร่งดึงบริษัทกลุ่ม New Economy เข้าสู่ตลาดทุนผ่านโครงการ BOI to IPO และสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนผ่าน JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงพิจารณาสิทธิประโยชน์ดึง SME เข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทใหญ่


ภาพรวมจึงต่อกันเป็นห่วงโซ่ ต่างชาติลงทุน โรงงานและธุรกิจเกิดขึ้น เกิดการจ้างงาน SME ได้งาน บริษัทเติบโต ระดมทุน และตลาดหุ้นแข็งแรงขึ้นตามลำดับ แต่ต้องระวังอย่าเข้าใจผิดว่า SET แตะ 2,000 จุดเท่ากับ GDP โต 3% แบบตรง ๆ เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เพียงแต่หากตลาดเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนโครงสร้างจริง ราคาหุ้นก็สามารถสะท้อนความคาดหวังนั้นล่วงหน้าได้


สิ่งที่คนไทยควรจับตา ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดานหุ้น


อนาคตของไทยจะเป็นอย่างไร ต้องดูให้ลึกกว่า SET Index โดยจับตา 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่ เงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่ยอดขอ BOI การจ้างงานที่ต้องเกิดขึ้นจริงจากเงินลงทุนนั้น รายได้ของ SME ไทยที่ต้องเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ของบริษัทระดับโลกให้ได้ ผลิตภาพแรงงานที่คนไทยต้องได้ทักษะใหม่ไม่ใช่แค่มีงานเพิ่มขึ้น และสุดท้ายคือ GDP ที่ต้องสะท้อนว่าเงินลงทุนเปลี่ยนเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจจริง

บทสรุป: หุ้นขึ้นได้ แต่ปากท้องต้องดีขึ้นด้วย


หุ้นไทยจะทะลุ 2,000 จุดได้จริงหรือไม่ยังต้องรอพิสูจน์ แต่สิ่งที่คนไทยทั้งประเทศรอเห็นด้วยตาตัวเองมากกว่าตัวเลขในกระดานหุ้น คือรายได้ ปากท้อง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริง โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่ทำให้หุ้นขึ้น แต่คือทำอย่างไรให้เงินลงทุนที่ไหลเข้าไทยถึงมือคนไทยอย่างแท้จริง


-

ข่าวที่เกี่ยวข้อง