รีเซต

“ทวี” จี้นายกฯ กลางสภา เร่งสาวถึงผู้บงการลอบยิง “กมลศักดิ์” ชี้เป็นบทพิสูจน์นิติธรรมชายแดนใต้

“ทวี” จี้นายกฯ กลางสภา เร่งสาวถึงผู้บงการลอบยิง “กมลศักดิ์” ชี้เป็นบทพิสูจน์นิติธรรมชายแดนใต้
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 14:43 )
1

ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายถึงแนวทางแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยระบุว่า เนื้อหาในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลกล่าวถึงพื้นที่ชายแดนใต้ไว้เพียงสั้น ๆ ภายใต้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อพาสันติสุขกลับคืนมา แต่สำหรับปัญหาในพื้นที่จริง กลับยังมีคำถามจำนวนมากที่ต้องการคำตอบอย่างชัดเจน

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า คำถามสำคัญคือสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะยุติลงเมื่อใด พร้อมยกกรณีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และพวก เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา หลังการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายกมลศักดิ์เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ลงมติสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายกมลศักดิ์กลับถูกใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถขณะกำลังจะเข้าบ้านพัก โดยพบว่ามีการใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก และยิงใส่รถรวม 33 นัด

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว แต่สิ่งที่สังคมตกใจกว่านั้นคือ รถกระบะที่ใช้ก่อเหตุมีผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. พร้อมตั้งคำถามว่าสิ่งนี้มีความหมายอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

ระหว่างการอภิปราย พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินควบคู่กัน 2 ด้าน ด้านแรกคือการแก้ปัญหาความไม่สงบผ่าน กอ.รมน. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ผู้อำนวยการ โดยเห็นว่า สังคมกำลังรอฟังคำตอบจากนายกรัฐมนตรีต่อกรณีลอบยิงนายกมลศักดิ์ เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและความน่าเชื่อถือของรัฐโดยตรง

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า สังคมยังตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงปล่อยให้มีการนำรถของหน่วยงานรัฐไปใช้ก่อเหตุร้ายแรงถึงขั้นพยายามสังหารสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังมีข้อมูลว่ามีนายทหารยศนาวาเอกเป็นผู้ลงนามอนุญาตให้ใช้รถคันดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกควบคุมตัวบุคคลไปสอบสวน 7 วัน แต่ผู้ที่อนุมัติการนำรถออกไปใช้กลับยังไม่ปรากฏว่าได้เข้ามาชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นผู้บงการ ผู้ใช้ หรือผู้จ้างวาน จะต้องถูกนำตัวมารับผิดตามกฎหมายทั้งหมด เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคดีอาญาคดีหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นบทพิสูจน์สำคัญของหลักนิติธรรม ซึ่งประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้รอคอยมาอย่างยาวนาน

นอกจากประเด็นความมั่นคงแล้ว พ.ต.อ.ทวี ยังอภิปรายถึงนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดยวิจารณ์ท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่ระบุหลายครั้งว่า การบริหารจัดการด้านพลังงานควรเป็นไปตามกลไกการค้าเสรีหรือกลไกตลาด พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐธรรมนูญกำหนดชัดว่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและน้ำมัน เป็นเรื่องที่รัฐต้องกำกับดูแลอย่างจริงจัง

พ.ต.อ.ทวี มองว่า แนวทางดังกล่าวเท่ากับปล่อยให้ผลประโยชน์ของประชาชนไหลไปสู่กลุ่มทุนด้านพลังงาน โดยไม่ต้องรับภาระเพิ่มเติม พร้อมระบุว่าเป็นการยกผลประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่จำนวนมหาศาลถึง 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ประชาชนเป็นฝ่ายแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ช่วงท้ายของการอภิปราย พ.ต.อ.ทวี เตือนว่า หากรัฐบาลยังไม่ทบทวนนโยบายพลังงานอย่างจริงจัง ปัญหาค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพจะยิ่งหนักขึ้นในระยะต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลในทั้งสองเรื่องอย่างใกล้ชิด ทั้งประเด็นความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการบริหารนโยบายพลังงานที่กระทบประชาชนโดยตรง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง