ทีดีอาร์ไอ ชี้บาทแข็งดันต้นทุนเที่ยวแพง

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 หากพิจารณาจากไส้ในจริงๆ จะพบว่าไม่ได้มีแค่ภาพแย่เท่านั้น
สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับลดลงจากปีที่ดีที่สุด ช่วงปี 2562 ซึ่งทำได้ประมาณ 40 ล้านคน ส่วนปี 2567 ทำได้ประมาณ 36 ล้านคน และปี 2568 คาดว่าจะทำได้ประมาณ 33 ล้านคน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไส้ในหลายตลาดถือว่ากลับมาดีกว่าเดิมแล้ว
อาทิ ยุโรป สหรัฐ อินเดีย มาเลเซีย แต่ก็มีหลายตลาดที่ยังแย่อยู่อย่างจีน ญี่ปุ่น การผลักดันการท่องเที่ยวไทยผ่านแคมเปญการตลาดจึงไม่ใช่การเหมารวมแบบทั้งหมด แต่เป็นการกระตุ้นแบบรายตลาด
ตอบโจทย์ความต้องการในรายกลุ่มให้ได้ ซึ่งตลาดที่ยังมีปัญหาอยู่ แทบไม่ต้องทำวิจัยอะไร อ่านข่าวสารบ้านเมืองก็รู้แล้วว่ากังวลเรื่องอะไร อาทิ กังวลเรื่องความปลอดภัย ก็ต้องเข้าไปแก้ไขตรงนั้นให้ได้
ความกังวลที่ผสมกันทำให้เกิดความกลัวในการเข้ามาเที่ยวไทยของตลาดบางประเทศ ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ทุนเทา เรื่องของการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว รวมถึงบางส่วนเป็นเรื่องต้นทุนการท่องเที่ยว โดยเฉพาะค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าสินค้าและบริการของไทยแพงขึ้น
ขณะที่ทรัพยากรท่องเที่ยวของไทยยังเหมือนเดิมตลอด มีทะเล ภูเขา แสงแดดอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลง แปลว่าความคุ้มค่าในการจ่าย หรือ value for money น้อยลง ทำให้การทำตลาดท่องเที่ยวไทยจะต้องทำอย่างชาญฉลาดมากขึ้น หาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาดึงดูด อาทิ จุดขายเรื่องพลังซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ เพื่อเพิ่มจุดเด่นให้การท่องเที่ยวไทยมากกว่าเดิม
และตอนนี้อาจถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเรียนรู้การทำตลาดจากคู่แข่งบ้าง โดยเฉพาะคู่แข่งหลักอย่างเวียดนาม ซึ่งถือเป็นประเทศที่เติบโตแรง และดึงนักท่องเที่ยวจากไทยไปเยอะมาก รวมถึงจีนที่เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนเพิ่มขึ้น และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวสุดแข่งแกร่งของทั้งประเทศไทย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
